นโยบายความเป็นส่วนตัว (privacy policy)

บริษัท เกษมทรัพย์ภักดี จำกัด(“บริษัทฯ” “เรา” “พวกเรา” หรือ “ของเรา”) มีความมุ่งมั่นที่จะคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (ตามคำนิยามด้านล่าง) ของท่าน บริษัทฯ ตระหนักดีว่าท่านให้ความสนใจเกี่ยวกับวิธีการที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือ โอนข้อมูลของท่านไปยังต่างประเทศ ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้กับบริษัทฯ จะช่วยให้บริษัทฯ สามารถจัดหาผลิตภัณฑ์และบริการได้อย่างเหมาะสมตามความต้องการของท่าน ซึ่งไม่จำกัดเฉพาะผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทฯ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงผลิตภัณฑ์และบริการในเครือของบริษัทฯ บริษัทฯ ขอขอบพระคุณที่ท่านมอบความไว้วางใจให้แก่บริษัทฯ และบริษัทฯ จะจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างรอบคอบและสมเหตุสมผลไปพร้อมกับการส่งมอบประสบการณ์เฉพาะบุคคลและการบริการลูกค้าให้แก่ท่าน

ในนโยบายความเป็นส่วนตัว (“นโยบาย”) นี้จะอธิบายการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และโอนข้อมูลส่วนบุคคล (ตามคำนิยามด้านล่าง) ตลอดจนสิทธิในเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลภายนอกองค์กรที่มีปฏิสัมพันธ์กับบริษัทฯ และ มีข้อมูลส่วนบุคคล (ตามคำนิยามด้านล่าง) ซึ่งอยู่ในการจัดการของบริษัทฯ อันเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ หรือที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทฯ อันประกอบไปด้วย (1) ลูกค้าบุคคลธรรมดา (2) บุคคลสำหรับติดต่อ ลูกจ้าง บุคลากร ผู้ได้รับอนุญาต ผู้แทน ตัวแทน กรรมการ ผู้ถือหุ้น หรือบุคคลใดก็ตามที่มีอำนาจในการก่อความสัมพันธ์ทางธุรกิจ หรือทำรายการธุรกรรมในนามของลูกค้านิติบุคคลของบริษัทฯ และบริษัทในเครือของลูกค้า (3) ผู้ใช้งานและผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทฯ (4) ผู้ซึ่งได้รับผลิตภัณฑ์และบริการรายอื่น ๆ ของบริษัทฯ และ (5) บุคคลอื่นที่บริษัทฯ ได้รับข้อมูลส่วนบุคคล (ตามคำนิยามด้านล่าง) อันเกี่ยวกับบุคคลดังกล่าว (เรียกรวมกันว่า “ท่าน” หรือ ของท่าน”) นโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ยังใช้กับเว็บไซต์ แอปพลิเคชันอุปกรณ์เคลื่อนที่ เว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์ ช่องทางสื่อสารออนไลน์ งานกิจกรรมและกิจกรรมต่างๆ ตลอดจนสถานที่อื่นๆ ที่บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ทั้งนี้ โปรดอ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ประกอบกับข้อกำหนดและเงื่อนไขของบริการที่ท่านใช้ ซึ่งอาจมีรายละเอียดแยกไว้ในเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับท่านที่บริษัทฯ ทำการเก็บรวบรวม

บริษัทฯ อาจมีการทบทวนและแก้ไขเพิ่มเติมนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้เป็นครั้งคราว เพื่อให้สอดคล้องกับการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายที่ใช้บังคับและวิธีการที่บริษัทฯ ใช้จัดการกับข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทฯ ขอแนะนำให้ท่านกลับมาเยี่ยมชมนโยบายความเป็นส่วนตัวเป็นครั้งคราวเพื่อรับทราบการแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าว การเปลี่ยนแปลงใดก็ตามของนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้จะมีผลบังคับเมื่อบริษัทฯ เผยแพร่นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับปรับปรุงล่าสุดทางเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือช่องทางสื่อสารอื่นของบริษัทฯ หากมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญใดๆ บริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบเพิ่มเติมต่อไป

1.          ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม

“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึงข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลหรือสามารถระบุตัวบุคคลเกี่ยวกับท่านตามที่ได้ระบุรายละเอียดไว้ด้านล่าง ซึ่งในการจัดหาผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทฯ แก่ท่าน บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง (เช่น ผ่านตัวแทน พนักงาน ผู้จัดการฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ พนักงานขาย เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า แอปพลิเคชัน) หรือโดยอ้อมจากท่านหรือแหล่งข้อมูลอื่น (เช่น สื่อสังคมออนไลน์ แพลตฟอร์มออนไลน์ของบุคคลภายนอก หรือช่องทางสาธารณะอื่น ๆ) หรือผ่านบริษัทแม่ของบริษัทฯ บริษัทในเครือ บริษัทย่อย พันธมิตรทางธุรกิจ เจ้าหน้าที่ราชการ หรือบุคคลภายนอก ทั้งนี้ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมจะขึ้นอยู่กับลักษณะการติดต่อของท่านกับบริษัทฯ  บริการ หรือผลิตภัณฑ์ที่ท่านต้องการได้รับจากบริษัทฯ และจากภายในกลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ด้วย

“ข้อมูลอ่อนไหว” หมายถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่กฎหมายจัดประเภทให้เป็นข้อมูลอ่อนไหว บริษัทฯ จะเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน และโอนข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไปยังต่างประเทศเมื่อได้รับความยินยอมโดย ชัดแจ้งจากท่าน หรือตามที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น เช่น

  1. รายละเอียดส่วนบุคคล เช่น คำนำหน้าชื่อ ชื่อ นามสกุล เพศ อายุ สัญชาติ วันเกิด ชื่อตำแหน่ง ตำแหน่ง สถานที่ทำงาน ประวัติการทำงาน ข้อมูลในบัตรทางราชการออกให้ ตลอดจนวันที่ออกบัตรและวันที่บัตรหมดอายุ (เช่น หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือเลขที่หนังสือเดินทาง) รายละเอียดในทะเบียนบ้าน ใบอนุญาตทำงาน หมายเลขทะเบียนรถ ภาพถ่าย งานอดิเรก และความสนใจของท่าน เป็นต้น
  2. รายละเอียดสำหรับติดต่อ เช่น ที่อยู่ทางไปรษณีย์ หมายเลขโทรศัพท์ ข้อมูลตำแหน่งที่อยู่ อีเมล์ LINE ID WhatsApp ID WeChat ID และบัญชีเฟซบุ๊ก เป็นต้น
  3. รายละเอียดทางการเงิน เช่น รายได้ เงินเดือน รายละเอียดของบัญชีธนาคาร (เช่น เลขที่บัญชี ชื่อธนาคาร สาขา ประเภทบัญชี) และข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการเงิน เป็นต้น
  4. ข้อมูลอ่อนไหว เช่น ข้อมูลอ่อนไหวตามที่ปรากฏในเอกสารระบุตัวตน (เช่น ศาสนา เชื้อชาติ หรือชาติพันธุ์) ข้อมูลทางพันธุกรรม (เช่น ลำดับพันธุกรรมของบุคคล) ข้อมูลชีวภาพ (เช่น ลายนิ้วมือ ข้อมูลการจำลองใบหน้า หรือข้อมูลการสแกนม่านตา) และข้อมูลสหภาพแรงงาน เป็นต้น
  5. รายละเอียดทางเทคนิค เช่น เลขที่อยู่ไอพี (IP Address) และเลขประจำการ์ดเครือข่าย (MAC Address) เป็นต้น
  6. รายละเอียดทางพฤติกรรม เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรม วิถีชีวิต งานอดิเรก ความสนใจ ทัศนคติ ความเชื่อ และข้อมูลการติดต่อสื่อสารของท่าน เป็นต้น
  7. รายละเอียดส่วนบุคคล เช่น หมายเลขสมาชิกแอปพลิเคชัน เป็นต้น
  8. ข้อมูลของบุคคลอื่น เช่น ชื่อบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง เป็นต้น

ในบางกรณี บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลอื่น อาทิ คุกกี้ (Cookie) และพฤติกรรมการสืบค้นทางอินเทอร์เน็ต ข้อมูลการลงชื่อเข้าใช้ ประเภทของการสืบค้นประวัติการค้นหา ภาษาในการสืบค้น เลขที่อยู่ไอพี (IP Address) ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีที่ท่านใช้และมีปฏิสัมพันธ์กับโฆษณาหรือบริการออนไลน์ของบริษัทฯ  (รวมถึงหน้าเว็บไซต์ที่เข้าชม เนื้อหาที่เข้าชม ลิงก์ที่คลิก หรือฟีเจอร์ที่ใช้) เวลาและความถี่ที่ท่านใช้บริการออนไลน์ของบริษัทฯ หน้าเว็บไซต์ต้นทางที่ท่านคลิกลิงก์เชื่อมโยงมายังบริการออนไลน์ของบริษัทฯ (เช่น ที่อยู่เว็บไซต์อ้างอิง (Referrer URL)) และรายงานเว็บไซต์ล่ม เป็นต้น ทั้งนี้ ในกรณีที่อาจมีการนำข้อมูลใดก็ตามผนวกเข้ากับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือหากมีการนำข้อมูลอื่นมาใช้ในการสร้างประวัติบุคคลแล้วนั้น บริษัทฯ จะจัดการข้อมูลอื่นดังกล่าวหรือข้อมูลที่มีการผสมผสานนั้นเฉกเช่นข้อมูลส่วนบุคคล อย่างไรก็ดี ท่านสามารถปฏิเสธหรือลบคุกกี้ได้ตลอดเวลาด้วยการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวในเว็บเบราว์เซอร์ของท่าน โดยอาจเลือกปฏิเสธคุกกี้ส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดก็ได้ หากท่านใช้เว็บไซต์โดยไม่ได้ลบหรือปฏิเสธคุกกี้จะถือว่าท่านยินยอมให้บริษัทฯ ใช้และจัดเก็บคุกกี้ในอุปกรณ์ของท่าน

หากท่านได้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามแก่บริษัทฯ เช่น ชื่อ นามสกุล รายละเอียดที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์สำหรับติดต่อในกรณีฉุกเฉิน และรายได้ของสมาชิกในครอบครัว เป็นต้น กรุณาแจ้งนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ให้บุคคลดังกล่าวรับทราบและ/หรือขอความยินยอมจากบุคคลนั้น (ในกรณีที่จำเป็น)

บริษัทฯ จะเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน เมื่อได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านหรือตามที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น

บริษัทฯ จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนเสมือนไร้ความสามารถ และคนไร้ความสามารถเฉพาะเมื่อผู้ปกครอง ผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ แล้วแต่กรณี ได้ให้ความยินยอมแก่บริษัทฯ แล้วเท่านั้น ทั้งนี้ ในกรณีที่บริษัทฯ สามารถรับรู้ได้ถึงความบกพร่องทางความสามารถตามกฎหมายของเจ้าของข้อมูล บริษัทฯ จะไม่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากลูกค้าที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี หากไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง (ในกรณีที่จำเป็นต้องขอความยินยอม) และจะไม่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากคนเสมือนไร้ความสามารถหรือคนไร้ความสามารถ หากไม่ได้รับความยินยอมจากผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ตามกฎหมายของบุคคลนั้น หากพบว่าบริษัทฯ ได้จัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีโดยไม่ได้รับการยินยอมจากผู้ปกครอง (ในกรณีที่จำเป็นต้องขอความยินยอม) หรือจากคนเสมือนไร้ความสามารถหรือ คนไร้ความสามารถโดยไม่ได้รับการยินยอมจากผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์ตามกฎหมาย โดยที่บริษัทฯ ไม่เจตนาแล้วนั้น บริษัทฯ จะดำเนินการลบข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวทันที หรือจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะเมื่อบริษัทฯ สามารถอ้างอิงฐานกฎหมายอื่นที่นอกเหนือจากฐานความยินยอมได้เท่านั้น

2.          วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนของท่านไปยังต่างประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

2.1. วัตถุประสงค์ที่ต้องมีการให้ความยินยอม

บริษัทฯ จะต้องได้รับความยินยอมจากท่านเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

1)   การตลาดและการสื่อสาร: เพื่อจัดให้มีการสื่อสารทางการตลาด การขาย ข้อเสนอพิเศษ การส่งเสริมการขาย ประกาศ ข่าวสาร และข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการจาก บริษัท เกษมทรัพย์ภักดี จำกัด ตลอดจนบริษัทในเครือและบริษัทย่อยของบริษัทฯ  บุคคลภายนอก และ/หรือพันธมิตรทางธุรกิจ ในกรณีที่บริษัทฯ ไม่สามารถอาศัยฐานกฎหมายอื่นได้

2)   บริการวิเคราะห์: เพื่อให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลจากข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการภายในบริษัท เกษมทรัพย์ภักดี จำกัด ตลอดจนบริษัทในเครือและบริษัทย่อยของบริษัทฯ  หรือให้บริการดังกล่าวแก่บุคคลภายนอก

3)   ข้อมูลอ่อนไหว: บริษัทฯ อาจใช้ข้อมูลอ่อนไหวของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ดังนี้

  • ข้อมูลอ่อนไหวตามที่ปรากฏในเอกสารระบุตัวตน (เช่น ศาสนา เชื้อชาติ หรือชาติพันธุ์) เพื่อวัตถุประสงค์ในการพิสูจน์และยืนยันตัวตน
  • ข้อมูลชีวภาพ (เช่น ลายนิ้วมือ ข้อมูลการจำลองใบหน้า หรือข้อมูลการสแกนม่านตา) เพื่อวัตถุประสงค์ในการเข้าอาคารสถานที่และวัตถุประสงค์ด้านความปลอดภัย
  • ประวัติอาชญากรรม เพื่อวัตถุประสงค์ด้านความปลอดภัย

ในกรณีที่บริษัทฯ อาศัยความยินยอมเป็นฐานทางกฎหมาย ท่านมีสิทธิในการถอนความยินยอมได้ตลอดเวลา โดยสามารถติดต่อบริษัทฯ ได้ตามที่ระบุไว้ท้ายนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ เพื่อถอนความยินยอมดังกล่าว การถอนความยินยอมจะไม่กระทบต่อความชอบธรรมในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนจากการยินยอมของท่านที่มีอยู่ก่อนการเพิกถอนแต่อย่างใด

2.2. วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายที่บริษัทฯ อาจอาศัยในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

บริษัทฯ อาจอาศัย (1) ฐานการปฏิบัติตามสัญญาในการเข้าทำหรือปฏิบัติตามสัญญากับท่าน (2) ฐานการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย (3) ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายทั้งของบริษัทฯ และบุคคลภายนอก (4) ฐานประโยชน์ต่อชีวิต เพื่อป้องกันและยับยั้งอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพ และ/หรือ (5) ฐานประโยชน์สาธารณะ เพื่อการปฏิบัติภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือเพื่อการใช้อำนาจรัฐ

บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ดังนี้

1) เพื่อจัดหาผลิตภัณฑ์และบริการให้แก่ท่าน: เพื่อเข้าทำสัญญาและจัดการความสัมพันธ์ตามสัญญาที่มีกับท่าน

เพื่อจัดทำรายละเอียดสัญญา คำสั่งกำหนดราคา ใบเสนอราคา เงื่อนไขการชำระเงิน ธุรกรรมทางการเงิน และบริการต่าง ๆ เกี่ยวกับการชำระเงิน ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบรายการธุรกรรม การตรวจสอบยืนยันความถูกต้อง และการยกเลิก เพื่อนัดหมายเยี่ยมชมสำนักงานขาย เพื่อแจ้งให้ท่านทราบเกี่ยวกับระยะเวลาผ่อนชำระ เพื่อจัดเตรียมคำขอจองซื้อผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ให้แก่ท่าน เช่น ร้านค้า Kios หรือสิทธิการเช่าระยะยาว เพื่อออกใบเสร็จรับเงินและใบแจ้งราคา เพื่อเก็บบันทึกหลักฐาน

เพื่อพิจารณา สัญญาเช่า และสัญญาอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการของบริษัทฯ เพื่อแจ้งให้ท่านทราบเกี่ยวกับข่าวสารและความคืบหน้าในบริการหลังการขาย เพื่อเชิญท่านเข้าร่วมงานต่าง ๆ และบริการของบริษัทฯ และเพื่อจัดเตรียมงาน สถานที่ และบริการอื่น ๆ ให้แก่ท่าน

2) การดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในทางธุรกิจ เช่น ปรับปรุงข้อมูลลูกค้าของท่านให้เป็นปัจจุบัน เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อป้องกันความเสี่ยง (เช่น พัฒนารูปแบบการทำนายความเป็นไปได้ของสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือทำนายโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุ) เพื่อประเมินความเสี่ยงลูกค้า การควบคุมความเสี่ยงระดับสถาบัน การตรวจสอบบัญชี และการรักษาบันทึกการตรวจสอบบัญชี การวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านเครดิต เพื่อเก็บรักษาบันทึกทางธุรกิจ หรือการดำเนินการ จัดการ และบำรุงรักษาการดำเนินธุรกิจของเราด้วยประการอื่น เพื่อบำรุงรักษาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การจัดการระบบสื่อสาร การรักษาความปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการตรวจสอบความปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การรักษาการบริหารธุรกิจภายในองค์กรตามข้อกำหนด นโยบาย และกระบวนการกำกับดูแลภายในองค์กร และเพื่อจัดเก็บบันทึกความถี่ของการเยี่ยมชม

3) การปฏิบัติหน้าที่ตามข้อบังคับและตามการกำกับดูแล เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย กระบวนการทางกฎหมาย คำสั่งของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งอาจรวมถึงคำสั่งจากหน่วยงานภาครัฐนอกประเทศไทยด้วย และ/หรือ ให้ความร่วมมือกับศาล หน่วยงานกำกับดูแล หน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เมื่อเรามีเหตุให้เชื่อได้ว่ากฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติตามดังกล่าว และเมื่อมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย กระบวนการตามกฎหมาย หรือคำสั่งจากภาครัฐนั้น เพื่อรายงานภาษีและจัดการการรายงานภาษี เพื่อติดต่อกับเจ้าหน้าที่ด้านภาษี หน่วยงานกำกับดูแลการบริการทางการเงิน หน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานกำกับดูแลอื่น ๆ ตลอดจนการตรวจสอบและป้องกันอาชญากรรม

4) การทำงานของเว็บไซต์และแพลตฟอร์มของเรา เช่น เพื่อการบริหาร ดำเนินการ ติดตาม สังเกตการณ์ และจัดการเว็บไซต์และแพลตฟอร์มของเรา เพื่ออำนวยความสะดวกและเพื่อให้เว็บไซต์และแพลตฟอร์มดังกล่าวสามารถทำงานได้อย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพ และปลอดภัย เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ท่านในการสัมผัสประสบการณ์บนเว็บไซต์และแพลตฟอร์มของเรา เพื่อปรับปรุงรูปแบบและเนื้อหาบนเว็บไซต์และแพลตฟอร์มของเรา เพื่อให้ท่านสามารถเข้าถึงระบบของเราที่มีอยู่ และเพื่อให้ความช่วยเหลือทางเทคนิค

5) การคุ้มครองผลประโยชน์ของเรา เพื่อรักษาความปลอดภัยและความชอบธรรมในการดำเนินธุรกิจของเรา เพื่อตรวจจับและป้องกันการประพฤติมิชอบในพื้นที่ของเรา เช่น การตรวจจับ ป้องกัน และตอบโต้ข้อกล่าวหาเรื่องการฉ้อโกง เพื่อกำหนดความเสี่ยงด้านการฉ้อโกงและระบุรายการธุรกรรมที่เป็นการฉ้อโกง ข้อร้องเรียนการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา หรือการฝ่าฝืนกฎหมาย เพื่อจัดการและป้องกันการสูญหายของสมบัติและทรัพย์สินของเรา เพื่อดำเนินการตรวจสอบรายชื่อต้องห้าม (Sanction List) การจัดการความเสี่ยง การบันทึกและการตรวจสอบภายใน การจัดการทรัพย์สิน ระบบ และการควบคุมอื่น ๆ ทางธุรกิจ เพื่อติดตามเหตุการณ์ เพื่อป้องกันและรายงานการกระทำผิดทางอาญา และเพื่อรักษาความปลอดภัยและความชอบธรรมในการดำเนินธุรกิจของเรา เพื่อเป็นหลักฐานอ้างอิงเกี่ยวกับข้อร้องเรียนหรือการดำเนินคดี

6) ธุรกรรมภาคธุรกิจ ในกรณีที่มีการขาย โอน ควบรวมธุรกิจ ฟื้นฟูกิจการ หรือเหตุการณ์ที่คล้ายกัน เราอาจโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคลภายนอกหนึ่งรายหรือมากกว่านั้น อันเป็นส่วนหนึ่งของการทำธุรกรรม

7) ชีวิต เพื่อป้องกันและยับยั้งอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล

หากท่านไม่ได้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อได้รับการร้องขอจากบริษัทฯ บริษัทฯ อาจไม่สามารถจัดหาผลิตภัณฑ์หรือบริการให้แก่ท่านได้

3.    บริษัทฯ อาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ใครได้บ้าง

บริษัทฯ อาจเปิดเผยหรือถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้บุคคลภายนอกดังต่อไปนี้ซึ่งจะทำการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ในนโยบายนี้ ทั้งนี้บุคคลภายนอกเหล่านี้อาจอยู่ในประเทศไทยหรืออยู่ต่างประเทศก็ได้ ท่านสามารถเข้าดูนโยบายความเป็นส่วนตัวของบุคคลภายนอกดังกล่าว เพื่อจะได้ทราบเพิ่มเติมว่าบุคคลดังกล่าวเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไร เนื่องจากการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะอยู่ภายใต้นโยบายความเป็นส่วนตัวของบุคคลภายนอกเหล่านั้นด้วย

3.1. ภาพรวมการจัดการข้อมูลของบริษัท สีลม คอร์ปอเรชั่น จำกัด

ในฐานะที่บริษัท เกษมทรัพย์ภักดี จำกัด เป็นบริษัทในกลุ่ม บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)  ซึ่งทั้งหมดจะทำงานร่วมกันในการให้บริการแก่ลูกค้า และใช้ระบบบางส่วนร่วมกัน รวมถึงบริการและระบบที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ บริษัทฯ จึงอาจจำเป็นต้องโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้บริษัทอื่นในกลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรืออนุญาตให้บริษัทดังกล่าวเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ และจะทำให้บริษัทอื่นในบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สามารถใช้ความยินยอมที่ บริษัท สีลม คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้รับมาจากท่านได้เช่นเดียวกัน

3.2. ผู้ให้บริการของบริษัทฯ

บริษัทฯ อาจใช้บริษัท ตัวแทน หรือผู้รับจ้างอื่นเป็นผู้ให้บริการในนามของบริษัทฯ  หรือช่วยบริษัทฯ ในการจัดหาผลิตภัณฑ์และบริการให้แก่ท่าน บริษัทฯ อาจแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่ผู้ให้บริการของบริษัทฯ หรือผู้จัดจำหน่ายสินค้า/บริการ ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง (1) ผู้พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และบริษัทให้บริการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (2) บริษัทด้านการตลาด บริษัทสื่อโฆษณา บริษัทออกแบบ บริษัทสร้างสรรค์งานโฆษณา และบริษัทด้านการสื่อสาร (3) บริษัทผู้จัดทำแคมเปญ งานกิจกรรม และการตลาดต่าง ๆ และบริษัทบริหารจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) (4) ผู้ให้บริการจัดเก็บข้อมูล และผู้ให้บริการระบบคลาวด์ (5) ผู้ให้บริการการบริหารทรัพย์สิน (6) บริษัทตัวแทนขาย (7) บริษัทที่ให้บริการด้านโลจิสติกส์และการขนส่ง (8) ผู้ให้บริการด้านการชำระเงินและระบบชำระเงิน (9) บริษัทที่ให้บริการด้านการวิจัย (10) ผู้ให้บริการด้านการวิเคราะห์ (11) บริษัททำการสำรวจ (12) ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า (Call Center) (13) ผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมและการสื่อสาร (14) ผู้ให้บริการด้านการดำเนินงานภายในซึ่งเป็นบุคคลภายนอก (15) ผู้ให้บริการด้านการพิมพ์

ในการให้บริการต่าง ๆ ดังกล่าว ผู้ให้บริการอาจเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ อย่างไรก็ตามบริษัทฯ จะให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่ผู้ให้บริการของบริษัทฯ เฉพาะข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นต่อการให้บริการเท่านั้น และบริษัทฯ ได้ขอให้ผู้ให้บริการดังกล่าวข้างต้นไม่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์อื่น บริษัทฯ จะกำกับดูแลให้ผู้ให้บริการที่ร่วมงานกับบริษัทฯ เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้อย่างปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนด

3.3. พันธมิตรทางธุรกิจของบริษัทฯ

บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บริษัทที่เป็นพันธมิตรของบริษัทฯ เพื่อจัดหาและยกระดับผลิตภัณฑ์และบริการให้แก่ลูกค้าและคนที่มีโอกาสจะมาเป็นลูกค้า ตัวอย่างของพันธมิตรทางธุรกิจดังกล่าว เช่น สถาบันการเงินที่เป็นพันธมิตร บริษัทจัดการระบบการเข้าถึง บริษัทโทรคมนาคม ผู้สนับสนุน พันธมิตรที่ใช้แบรนด์ร่วมกัน และบุคคลภายนอกรายอื่นที่บริษัทฯ ทำการตลาดหรือการส่งเสริมการขายร่วมด้วย

3.4. บุคคลภายนอกที่กฎหมายกำหนด

ในบางกรณี บริษัทฯ อาจต้องเปิดเผยหรือแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อให้เป็นไปตามหน้าที่ทางกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับ บุคคลภายนอกดังกล่าวรวมถึงหน่วยงานของรัฐ ศาล หน่วยงานกำกับดูแล เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือบุคคลภายนอกรายอื่นที่บริษัทฯ เห็นว่าจำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายหรือตามระเบียบข้อบังคับ หรือเพื่อคุ้มครองสิทธิของบริษัทฯ สิทธิของบุคคลภายนอก ความปลอดภัยส่วนตัวของบุคคล หรือเพื่อตรวจหา ป้องกัน หรือจัดการการฉ้อโกง หรือประเด็นด้านความมั่นคง ปลอดภัย

3.5. ที่ปรึกษาซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญ

ที่ปรึกษาซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญประกอบไปด้วยทนายความ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และผู้สอบบัญชี ซึ่งให้ความช่วยเหลือในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ รวมถึงการต่อสู้คดีหรือฟ้องร้องคดี

3.6. ผู้รับโอนสิทธิ และ/หรือภาระหน้าที่

ในกรณีที่มีการฟื้นฟูกิจการ ควบรวมกิจการ การโอนธุรกิจไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด การซื้อขาย กิจการร่วมค้า การโอนสิทธิ การโอนหรือจำหน่ายธุรกิจ ทรัพย์สิน หรือหุ้นบางส่วนหรือทั้งหมดของบริษัทฯ  หรือธุรกรรมในลักษณะเดียวกัน บุคคลภายนอกในฐานะผู้รับโอนสิทธิของบริษัทฯ จะปฏิบัติตามนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้เพื่อให้ความคุ้มครองต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

4.    การโอนข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างประเทศ  

บริษัทฯ อาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคลภายนอกหรือเครื่องแม่ข่าย (เซิร์ฟเวอร์) ในต่างประเทศ โดยที่ประเทศดังกล่าวอาจมีหรือไม่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในระดับเดียวกัน บริษัทฯ จะดำเนินการตามขั้นตอนและมาตรการต่าง ๆ เพื่อกำกับดูแลให้การโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นไปอย่างปลอดภัย และผู้ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม หรือมีข้อยกเว้นอื่นตามที่กฎหมายอนุญาต บริษัทฯ จะขอความยินยอมจากท่านหากกฎหมายกำหนดให้ต้องให้ความยินยอมในกรณีมีการโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ

5.    ระยะเวลาในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นเวลาเท่าที่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเพื่อทำตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อตอบสนองการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ และ/หรือเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายหรือตามกฎระเบียบ ระยะเวลาที่บริษัทฯ จะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะขึ้นอยู่กับลักษณะของข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลส่วนบุคคลบางอย่างอาจเก็บไว้นานกว่าข้อมูลส่วนบุคคลอื่นหากมีกฎหมายกำหนด

6.    สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ภายใต้บังคับของกฎหมายที่เกี่ยวข้องและข้อยกเว้นของกฎหมายดังกล่าว ท่านอาจมีสิทธิดังต่อไปนี้

1)   สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล: ท่านอาจมีสิทธิในการเข้าถึงและขอสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ กำลังเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยเกี่ยวกับตัวท่าน ทั้งนี้เพื่อความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของท่าน บริษัทฯ อาจกำหนดให้ท่านพิสูจน์ตัวตนก่อนจะให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่ขอมาแก่ท่าน

2)   สิทธิในการแก้ไขข้อมูล: ท่านอาจมีสิทธิขอให้มีการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน ทำให้เกิดการเข้าใจผิด หรือไม่ได้ปรับปรุงให้เป็นปัจจุบัน ซึ่งเป็นข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือโอน (ในประเทศหรือระหว่างประเทศ) ให้ถูกต้อง

3)   สิทธิในการโอนย้ายข้อมูล: ท่านอาจมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ มีอยู่เกี่ยวกับท่านในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานได้โดยทั่วไปด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์อัตโนมัติ และส่งหรือถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไปให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่นในกรณีที่ (ก) เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านจัดส่งให้บริษัทฯ (ข) หากบริษัทฯ กำลังประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามความยินยอมของท่าน หรือเพื่อดำเนินการตามสัญญาของบริษัทฯ ที่ทำกับท่าน

4)   สิทธิในการคัดค้าน: ท่านอาจมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านบางประการ เช่น คัดค้านการทำการตลาดแบบขายตรง

5)   สิทธิในการระงับการใช้: ท่านอาจมีสิทธิระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในบางกรณี

6)   สิทธิในการถอนความยินยอม ท่านมีสิทธิถอนความยินยอมให้บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ได้เคยให้ความยินยอมไว้ได้ตลอดเวลา

7)   สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล: ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทฯ ลบข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้ไม่สามารถระบุตัวตนในข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยเกี่ยวกับท่าน อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ไม่มีหน้าที่ต้องดำเนินการเช่นนั้นหากบริษัทฯ จำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวตามภาระหน้าที่ตามกฎหมาย หรือเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย ใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย

8)   สิทธิในการร้องเรียน: ท่านอาจมีสิทธิยื่นคำร้องต่อเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหากเห็นว่าการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่เป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง

7.    เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ ได้มีการดำเนินการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer : DPO) เพื่อตรวจสอบการดำเนินการของบริษัทฯ ที่เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

8.    รายละเอียดสำหรับติดต่อบริษัทฯ

หากท่านมีความประสงค์จะติดต่อบริษัทฯ เพื่อใช้สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือหากท่านมีข้อสงสัยประการใดเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ สามารถติดต่อบริษัทฯ หรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ที่

บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

944 มิตรทาวน์ ออฟฟิศ ทาวเวอร์ ถนนพระราม 4 ชั้นที่ 22-23 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

อีเมล th.fpt.dpo@frasersproperty.com หมายเลขโทรศัพท์ 02 483 0000