Tuesday, September 27, 2022
Advertising call 02-033-8900 ext. 8819spot_img

เคยสงสัยมั้ย? อายุเข้าเลข 4 ทำไม? กินอะไร? ก็อ้วนง่ายจัง

เพื่อนๆ เคยสงสัยมั้ยว่า? พออายุเริ่มมากขึ้น กินข้าวเท่าเดิมแต่ทำไม? น้ำหนักเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บางวันแค่หายใจยังอ้วนเลย ทั้งที่สมัยเป็นวัยรุ่นไม่เคยเป็นแบบนี้เลย! สาเหตุหนึ่งของปัญหานี้ เกิดจากการที่ระบบเผาผลาญหรือเมตาบอลิซึม (Metabolism) มันเริ่มเสื่อมยังไงล่ะ เนื่องจากร่างกายจะมีระบบเผาผลาญดีที่สุดในช่วงอายุไม่เกิน 40 ปี หลังจากนั้นกินอะไรก็จะอ้วนง่ายแล้ว

ก่อนอื่นเลยเพื่อนๆ ต้องทำความเข้าใจกับคำว่า “ระบบเผาผลาญ” ที่เรียกกันว่าเมตาบอลิซึมกันก่อน ระบบนี้มันคือกระบวนการเคมีในร่างกายที่เปลี่ยนสารอาหารที่เรากินให้กลายเป็นพลังงานไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตประจำวัน หรือระบบอวัยวะในร่างกายก็ต้องใช้พลังงานทั้งสิ้น เหมือนเราขับรถแล้วต้องเติมน้ำมัน เครื่องยนต์จะขับเคลื่อนได้ก็ต้องไปเผาน้ำมันจนกลายเป็นพลังงาน ระบบเมตาบอลิซึมในร่างกายก็คล้ายๆ กัน

การเผาผลาญของคนก็เหมือนกับเครื่องยนต์ พอใช้ไปนานๆ เข้า มันก็เริ่มเสื่อมสภาพได้ ทำให้เผาผลาญได้ไม่เต็มที่เหมือนตอนเป็นวัยรุ่น ซึ่งจากข้อมูลของผลการวิจัยระบุว่า ระบบเผาผลาญของคนเราจะค่อยๆ เสื่อมลง 5% ทุก 10 ปี ตั้งแต่อายุเลยวัย 40 ปีไปแล้ว คือ ถ้าปล่อยไว้ไม่ทำอะไรเจ้าค่าเมตาบอลิซึมมันก็จะลดไปเรื่อยๆ กินเท่าเดิม แต่เพิ่มเติม คือ น้ำหนักมากขึ้น พูดแบบบ้านๆ ก็คือ อ้วนง่ายนั่นแหละ ถ้าเพื่อนๆ ไม่อยากเป็นแบบนี้ มีวิธีชะลอไม่ให้ค่าเมตาบอลิซึมเสื่อมลง 2 อย่างคือ

1.ปรับพฤติกรรมการกินอาหาร
เรื่องอาหารถือเป็นหนึ่งรื่องหลักที่ต้องปรับพฤติกรรมกันหน่อย ด้วยการเลี่ยงของหวาน ของมัน แล้วกินผักเยอะๆ ที่สำคัญต้องกินอาหารที่มีโปรตีน เพื่อเสริมกล้ามเนื้อด้วย พอมีกล้ามเนื้อมากขึ้นร่างกายก็ต้องใช้พลังงานในการเผาผลาญมากขึ้นเป็นเงาตามตัว ยิ่งกล้ามเนื้อเยอะกว่าไขมันก็ยิ่งเผาผลาญเยอะ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้สาวๆ เผาผลาญได้น้อยกว่า เพราะตัวเล็กกว่าเลยมีกล้ามเนื้อน้อยกว่าและมีส่วนที่เป็นไขมันเยอะกว่าผู้ชายนั่นเอง

2.ออกกำลังกายเพื่อกระตุ้นการเผาผลาญพลังงาน
อีกเรื่องที่เพิ่มเมตาบอลิซึมได้ก็คือการออกกำลังกาย เพราะจะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานต่อวันให้ดียิ่งขึ้น ถ้าจะออกกำลังกายให้เพิ่มการเผาผลาญก็ควรต้องออกกำลังกายให้หัวใจเต้นในอัตรา 60-70 % ของอัตราสูงสุด คำนวนได้จากการเอาเลข 220 มาลบอายุปัจจุบัน จะได้ฮาร์ทเรทสูงสุด แล้วออกกำลังกายแค่ 60-70% ของฮาร์ทเรทสูงสุด ซึ่งตัวเลขที่ให้ออกกำลังกายที่ได้เป็นตัวเลขค่าประมาณเท่านั้น

ถ้าจะเอาชัวร์ๆ ว่าเราต้องออกกำลังกายสักเท่าไร เพื่อให้ฮาร์ทเรตอยู่ในช่วงเผาผลาญไขมัน หรือถ้าอยากจะเพิ่มเมตาบอลิซึมด้วยการออกกำลัง ก็ควรจะรู้ลิมิตตัวเองด้วยการตรวจ Vo2 Max และได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่โรงพยาบาล อันนี้จะช่วยให้ได้ผลและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เพื่อนๆ คนหนที่ระบบเผาผลาญเริ่มทำงานไม่ดีแล้วก็อย่าลืมนะ 2 คำแนะนำไปปรับใช้กันนะคะ

ขอบคุณข้อมมูลจาก : โรงพยาบาลรามคำแหง – แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางครบทุกสาขา

- Advertisment -

“SAMYAN MITRTOWN 3RD ANNIVERSARY มิตรเดย์ มิตรเลิฟ เฟสติวัล ”

ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายแคมเปญ “SAMYAN MITRTOWN...