Thursday, May 12, 2022
Advertising call 02-033-8900 ext. 8819spot_img

ทำความรู้จักอาการ ‘ใต้ตาคล้ำ’ ปัญหากวนใจที่สาวๆ ไม่อยากเจอ

ปัญหาใต้ตาคล้ำ ถือเป็นหนึ่งในปัญหาที่สาวๆ หลายคนกลัว เพราะนอกจากจำทำให้ใบหน้าหมองคล้ำไม่สดใสแล้ว ยังอาจทำให้มีปัญหาอื่นๆ ตามมาอีกด้วย ว่าแต่เพื่อนๆ รู้มั้ยว่า? ปัญหาใต้ตาคล้ำไม่ได้เกิดจากการพักผ่อนน้อยหรือเหนื่อยล้าแค่นั้นนะ แต่ยังมีปัจจัยอีกมากมายที่ทำให้เกิดรอยคล้ำที่ผิวหนังบริเวณใต้ตา ส่วนจะมีสาเหตุอะไรบ้างตาม สามย่านมิตรทาวน์ ไปดูกันเลย

ความเหนื่อยล้าและความเครียด
การใช้สายตามากเกินไปและปัญหาด้านการนอนหลับ ทั้งการอดนอน นอนน้อย นอนหลับไม่สนิท หรือแม้แต่การนอนมากเกินไป อาจเป็นสาเหตุของการเกิดรอยคล้ำใต้ตา โดยทำให้เส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังบริเวณดวงตาขยายตัว จึงทำให้เกิดรอยคล้ำที่เห็นได้ชัด เนื่องจากผิวหนังใต้ตามีลักษณะบางกว่าผิวส่วนอื่น นอกจากนี้ ความเหนื่อยล้าและความเครียดอาจทำให้เกิดถุงใต้ตาขึ้นได้ ซึ่งเกิดจากการคั่งของของเหลวบริเวณใต้ตาล่าง ทำให้ผิวหนังบริเวณดังกล่าวเกิดอาการบวมนูนขึ้นเป็นถุงใต้ตา

อายุ
เมื่ออายุมากขึ้น ผิวหนังจะบางลง ทำให้เห็นเส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังบริเวณดวงตาได้ชัดเจน จึงทำให้เห็นเป็นรอยคล้ำใต้ตา นอกจากนี้ ไขมันและคอลลาเจนใต้ผิวหนังจะค่อยๆ สลายตัวไป ทำให้ผิวบริเวณใต้ตาหย่อนคล้อยและเกิดเป็นถุงใต้ตา ซึ่งทำให้ใต้ตาดูคล้ำลงจากเงาตกกระทบของถุงใต้ตา

เม็ดสีผิวเข้มขึ้น
ใต้ตาดำอาจเกิดจากผลิตเมลานิน (Melanin) หรือเม็ดสีผิวบริเวณใต้ตาเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเกิดจากการสัมผัสแสงแดดจัด และโรคผิวหนังต่าง ๆ เช่น โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) และโรคผื่นแพ้สัมผัส (Contact Dermatitis) จากการสัมผัสสารต่าง ๆ อย่างสบู่และครีมบำรุงผิว ซึ่งทำให้เกิดผื่นแดง ผิวแห้ง และมีอาการคัน หากเกาหรือขยี้ตาบ่อย อาจยิ่งทำให้ตาบวมและใต้ตาคล้ำได้

โรคภูมิแพ้
ใต้ตาดำถือเป็นอาการหนึ่งที่พบได้บ่อยในผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ ซึ่งพบมากในผู้ที่เป็นภูมิแพ้อากาศ (Allergic Rhinitis) โดยเมื่อสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ ร่างกายจะหลั่งสารฮิสตามีน (Histamine) ออกมาเพื่อตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอม ทำให้เกิดอาการแพ้อย่างคัดจมูก น้ำมูกไหล และทำให้เส้นเลือดใต้ตาขยายตัว จึงทำให้มองเห็นผิวหนังบริเวณใต้ตาเป็นสีเข้มขึ้น นอกจากนี้ โรคภูมิแพ้ขึ้นตา (Allergic Conjunctivitis) อาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาใต้ตาดำ โดยทำให้ผู้ป่วยภูมิแพ้เกิดอาการตาบวมแดง คัน เและทำให้ขยี้ตาบ่อย จึงทำให้ใต้ตาดำคล้ำยื่งขึ้น

สาเหตุอื่นๆ
ปัญหาใต้ตาดำอาจเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น การถ่ายทอดทางพันธุกรรม ซึ่งอาจทำให้บางคนมีใต้ตาดำคล้ำตั้งแต่เด็ก การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน การขาดสารอาหารบางชนิด ภาวะขาดน้ำ (Dehydration) การสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมทั้งการได้รับยาบางชนิด เช่น ยากลุ่ม NSAIDs และยาที่ใช้ในการรักษาด้วยเคมีบำบัด เป็นต้น

วิธีรับมือกับปัญหาใต้ตาดำให้อยู่หมัด
ถ้าเพื่อนๆ มีปัญหาใต้ตาดำคล้ำจัดการได้ไม่ยาก โดยอาจใช้เทคนิคง่ายๆ ที่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง ดังนี้

1.พักผ่อนให้เพียงพอ โดยวัยรุ่นอายุ 14-17 ปี ควรนอนหลับ 8-10 ชั่วโมงต่อวัน ผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี ควรนอนหลับ 7-9 ชั่วโมงต่อวัน และผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี ควรนอนหลับ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน และปรับพฤติกรรม เช่น ตื่นนอนและเข้านอนให้เป็นเวลาทุกวัน หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์ใกล้เวลาเข้านอน เพื่อให้นอนหลับได้ดีขึ้น

2.ใช้หมอนรองใต้ศีรษะเพื่อหนุนให้ศีรษะสูงขึ้น ซึ่งจะช่วยลดการคั่งของของเหลวใต้ตา และป้องกันการเกิดอาการตาบวม

3.ประคบเย็นบริเวณดวงตา ซึ่งจะช่วยลดอาการบวม ทำให้หลอดเลือดฝอยใต้ตาหดตัวลงและลดปัญหาใต้ตาดำได้ โดยใช้ช้อนสแตนเลสแช่เย็น ผ้าขนหนูห่อน้ำแข็ง หรือผ้าชุบน้ำเย็นบีบหมาด ๆ ประคบที่ดวงตาเป็นเวลา 20 นาที และทำซ้ำเมื่อช้อนและผ้าขนหนูคลายความเย็นแล้ว

4.ประคบดวงตาด้วยถุงชา โดยใช้ถุงชาเขียวหรือชาดำที่แช่น้ำร้อนและบีบน้ำออกแล้ว นำไปแช่เย็นประมาณ 15–20 นาที วางถุงชาไว้ที่บริเวณเปลือกตาเป็นเวลา 10–15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

5.ทาครีมบำรุงรอบดวงตา โดยเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ วิตามินซี และวิตามินอี หรือส่วนผสมจากธรรมชาติอย่างคาเฟอีน ว่านหางจระเข้ และน้ำมันอัลมอนด์ ซึ่งช่วยลดอาการตาบวมและช่วยให้ผิวบริเวณรอบดวงตากระจ่างใสขึ้น

6.ใช้เครื่องสำอางอย่างคอนซีลเลอร์ (Concealer) ช่วยปกปิดรอยคล้ำใต้ตา โดยเลือกสีของผลิตภัณฑ์ให้ใกล้เคียงกับสีผิวจริง เพื่อให้การปกปิดดูเป็นธรรมชาติ

7.สวมแว่นตากันแดดเมื่อออกไปนอกบ้าน ซึ่งนอกจากจะช่วยลดการเกิดปัญหาใต้ตาดำจากการได้รับรังสียูวี (UV) แล้ว ยังช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยรอบดวงตาอีกด้วย

8.รักษาโรคผิวหนังและโรคภูมิแพ้ที่เป็นสาเหตุของการเกิดรอยคล้ำใต้ตา โดยปรึกษาแพทย์และใช้ยารักษาอาการของโรค ซึ่งจะช่วยลดอาการใต้ตาดำได้

หากเพื่อนๆ ดูแลตัวเองด้วยวิธีต่างๆ เหล่านี้แล้วรอยคล้ำใต้ตายังไม่จางลง อาจต้องไปปรึกษาแพทย์ เพื่อรักษาด้วยวิธีอื่นๆ เช่น การเลเซอร์ (Laser Therapy) การผลัดเซลล์ผิวด้วยสารเคมี (Chemical Peels) และการผ่าตัดถุงใต้ตา (Lower Lid Blepharoplasty) เป็นต้น

ขอบคุณข้อมูลจาก : พบแพทย์

- Advertisment -

ซื้อ 1 แถม 1 ชิพส์ ในราคา 59 บาท

Taco Bell ชวนคุณมาพบกับมินิโปรแกรม โฉมใหม่!...

ชวนน้องๆ มาร่วมกิจกรรม ‘พื้นที่…เด็กๆ’ เพื่อเป็น Speaker

สามย่าน โค-ออป ชวนน้องๆ มาร่วมกิจกรรม...
spot_img

ชวนมิตรรู้ทัน โควิค-19