Tuesday, October 4, 2022
Advertising call 02-033-8900 ext. 8819spot_img

10 ความเชื่อผิดๆ ที่ควรแก้ไขเกี่ยวกับการลดความอ้วน

ถ้าพูดถึงการลดน้ำหนัก แต่ละคนก็จะมีสูตรที่แตกต่างกันไปตามที่่ตัวเองถนัดและสะดวก ซึ่งบางคนก็ทำแล้วได้ผล บางคนก็ไม่ได้ผล ส่วนหนึ่งของการลดน้ำหนักที่ไม่ได้ผลน่าจะเกิดจากความเชื่อผิดๆ ในการลดน้ำหนักที่บอกต่อๆ กันมา ว่าแบบนี้ได้ผล แบบนั้นได้ผล ส่วนจะมีความเชื่อผิดๆ ที่บอกต่อกันมาบ้าง สามย่านมิตรทาวน์ มีข้อมูลมาฝากเพื่อนๆ

1.ลดความอ้วนต้องอดอาหาร
ความจริง : หากต้องการลดน้ำหนัก เราต้องให้ร่างกายมีการใช้พลังงานหรือมีการเผาผลาญพลังงานให้มากกว่าพลังงานจากอาหารที่เรากินเข้าไป ดังนั้น การลดน้ำหนักหรือลดความอ้วนจึงต้องมีการควบคุมปริมาณแคลอรี่จากกินอาหาร ซึ่งไม่ใช่การอดอาหาร โดยเฉลี่ยผู้หญิงต้องการพลังงานประมาณ 2,000 กิโลแคลอรี่ และผู้ชายต้องการพลังงานประมาณ 2,500 กิโลแคลอรี่ เพื่อใช้ในชีวิตประจำวันและรักษาน้ำหนักตัวให้คงที่ หากต้องการลดน้ำหนัก แนะนำให้ลองลดแคลอรี่ในอาหารที่กินวันละ 500 กิโลแคลอรี่ หรือเพิ่มกิจวัตรประจำวัน และกิจกรรมที่เพิ่มการเผาผลาญมากขึ้น 500 กิโลแคลอรี่ก็จะเป็นทางหนึ่งที่ช่วยลดน้ำหนักหรือลดความอ้วนได้

2.ช่วงลดน้ำหนักให้กินเฉพาะเมื่อรู้สึกหิว
ความจริง: การกินอาหารไม่เป็นเวลาหรือปล่อยให้ร่างกายอดอาหารเป็นเวลานานจนรู้สึกหิวจะไปกระตุ้นฮอร์โมนความเครียดที่ชื่อ Cortisol ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดความอยากอาหารมากขึ้น โดยเฉพาะอาหารกลุ่มที่มีน้ำตาลและไขมันสูง การกินอาหารกลุ่มนี้มาก ๆ ก็เป็นสาเหตุหนึ่งของการได้รับพลังงานเกินกว่าความต้องการ และเกิดโรคอ้วนได้ ดังนั้น จึงควรรับกินอาหารให้ตรงเวลา 3 มื้อมากกว่าการกินเมื่อหิว

3.กินเนื้อสัตว์ไม่ทำให้อ้วน
ความจริง : ในภาวะปกติที่ร่างกายไม่ได้อยู่ในสภาวะอดอาหารหรือขาดอาหารอย่างรุนแรง ร่างกายจะไม่มีการนำโปรตีนมาเปลี่ยนเป็นพลังงาน หรือนำโปรตีนไปเป็นแหล่งพลังงาน เพราะร่างกายได้รับพลังงานอย่างเพียงพอจากสารอาหารกลุ่มแป้งและไขมันแล้ว ดังนั้น การกินอาหารกลุ่มโปรตีนจำพวกเนื้อสัตว์จึงไม่ได้เป็นสาเหตุของความอ้วน แต่เนื่องจากในเนื้อสัตว์มีชั้นไขมันแทรกอยู่ การกินเนื้อสัตว์ที่ติดมันหรือมีไขมันแทรกเป็นจำนวนมากอาจเป็นสาเหตุของแคลอรี่ที่เกินและทำให้อ้วนได้ ดังนั้น หากต้องการลดหรือควบคุมน้ำหนัก แนะนำให้กินเนื้อสัตว์ชนิดที่มีไขมันต่ำ

4.ช่วงลดน้ำหนักควรกินเฉพาะผักและผลไม้
ความจริง : หัวใจของการลดน้ำหนักอย่างหนึ่งคือ การควบคุมปริมาณแคลอรี่ของอาหารที่กิน โดยไม่ให้มากกว่าปริมาณที่ใช้ในแต่ละวัน และที่สำคัญคือการควบคุมแคลอรี่ต้องไม่ทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็นในการดำรงชีวิต การกินผักและผลไม้เพียงอย่างเดียวถึงจะได้รับพลังงานเพียงพอ แต่ก็จะทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็นอื่นๆ จึงไม่แนะนำให้กินแต่ผักและผลไม้เพื่อลดน้ำหนัก

5.ช่วงลดน้ำหนักต้องงดแป้ง
ความจริง : อาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตยังคงเป็นสารอาหารหลักที่ให้พลังงานและมีความจำเป็นสำหรับร่างกาย การกินแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตในปริมาณที่เหมาะสม จึงไม่ทำให้อ้วน เนื่องจากปัจจุบันอาหารที่เรากินมีส่วนประกอบของแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตในปริมาณมาก จึงได้เกิดคำแนะนำสำหรับการลดน้ำหนักว่าให้ลดหรืองดแป้ง ทั้งที่จริงแล้วสารอาหารจำพวกแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตไม่ใช่สาเหตุทั้งหมดของความอ้วน คำแนะนำเบื้องต้นในการเลือกกินแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตคือ สามารถกินแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตได้ในมื้อเช้าและมื้อกลางวัน แต่ควรงดหรือจำกัดปริมาณในมื้อเย็น

6.กินเร็วหรือช้าไม่มีผลต่อการลดน้ำหนัก
ความจริง : การใช้เวลาในการกินอาหารให้ช้าลง ด้วยการเคี้ยวอาหารให้ละเอียดขึ้น จะช่วยให้ลดหรือควบคุมน้ำหนักได้ดีขึ้น นอกจากนี้ การเคี้ยวอาหารให้ละเอียดและการกินช้าๆ จะช่วยกระตุ้นและส่งสัญญาณไปยังสมองส่วนกลางที่ทำหน้าที่ควบคุมความหิวและความอิ่ม ทำให้อิ่มเร็วขึ้น และช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้มีประสิทธิภาพดีขึ้นอีกด้วย

7.อาหารที่มีฉลากไขมันต่ำหรือไม่มีไขมัน หมายความว่าไม่มีแคลอรี่
ความจริง : การอ่านฉลากโภชนาการควรให้ความสำคัญกับรายละเอียดหรือส่วนประกอบของอาหารด้วย ทั้งปริมาณโปรตีน เกลือแร่ และสารปรุงแต่งอื่นๆ ไม่ใช่สนใจเพียงปริมาณแคลอรี่รวมหรือปริมาณไขมันเท่านั้น การกินอาหารที่มีไขมันต่ำหรือไม่มีไขมันเลย อาจช่วยลดแคลอรี่ได้มากกว่ากินอาหารปกติ แต่อาหารไขมันต่ำบางส่วนอาจมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายต่ำกว่าอาหารปกติชนิดเดียวกัน อีกทั้งยังอาจต้องมีการดัดแปลงเพิ่มแป้ง เกลือ หรือน้ำตาลลงไป เพื่อเพิ่มรสชาติให้อร่อยขึ้นหลังจากเอาไขมันออกไป ดังนั้น การเลือกอาหารจากการพิจารณาปริมาณไขมันเพียงอย่างเดียวจึงอาจไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด

8.การออกกำลังกายแบบยกเวท ทำให้ล่ำและไม่ช่วยลดน้ำหนัก
ความจริง : น้ำหนักของร่างกายบนตาชั่ง บ่งบอกได้ถึงน้ำหนักของไขมัน กล้ามเนื้อ และกระดูก การลดน้ำหนักที่ถูกต้องคือ การลดสัดส่วนของไขมันในร่างกาย ในผู้ชายไม่ควรมีน้ำหนักไขมันเกิน 28% ผู้หญิงไม่เกิน 32% เพราะฉะนั้นการยกเวทเป็นการทำให้มวลกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นและเปอร์เซ็นต์ไขมันลดลง ซึ่งกล้ามเนื้อนี้เองจะเป็นตัวช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย โดยจะไปเพิ่ม BMR หรือก็คือ Basal Metabolism ซึ่งหมายถึงอัตราความต้องการเผาผลาญพลังงานของร่างกายในชีวิตประจำวัน หรือจำนวนแคลอรี่ขั้นต่ำที่ต้องการใช้ในชีวิตแต่ละวัน ซึ่งทำให้ส่งผลดีกับสุขภาพ

9.กินอาหารมังสวิรัติช่วยลดความอ้วนได้
ความจริง : การกินอาหารมังสวิรัติไม่ใช่การกินอาหารเพื่อลดน้ำหนัก การกินอาหารเพื่อลดน้ำหนัก คือ การกินอาหารในสัดส่วนของโปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรตให้เหมาะสมกับพลังงานที่ต้องการ อาหารแบบมังสวิรัติบางอย่างมีคาร์โบไฮเดรตและไขมันสูงสามารถทำให้อ้วนได้เช่นกัน

10.อาหารเสริมลดความอ้วนมีประสิทธิภาพลดความอ้วนได้ดีและรวดเร็ว
ความจริง : การลดน้ำหนักที่ดีและรวดเร็วต้องปฏิบัติดังนี้ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่ถูกต้อง โดยเฉพาะอาหารที่มีผลวิจัยช่วยในการเพิ่มการเผาผลาญไขมันอย่าง แอลคาร์นิทีน (L-Carnitine) เออร์วินเจย (Irvingia Gabonensis) เยอร์บามาเต้ (Yerba Mate) การได้รับอาหารเสริมที่เหมาะสมเฉพาะบุคคลก็จะช่วยให้ลดน้ำหนักได้ดีขึ้นมากกว่าการควบคุมอาหาร และออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว

เพื่อนๆ คนไหนที่อยากลดน้ำหนัก แล้วยังมีความเชื่อผิดอย่างที่เล่าไปก็อย่าลืมไปข้อมูลที่ได้ไปปรับใช้กันนะคะ เพื่อการลดน้ำหนักที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งนอกจากต้องให้ความสำคัญกับอาหารการกินแล้วการออกกำลังการก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพื่อนๆจะได้หุ่นดีและมีสุขภาพที่แข็งแรง

ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพ

- Advertisment -

“SAMYAN MITRTOWN 3RD ANNIVERSARY มิตรเดย์ มิตรเลิฟ เฟสติวัล ”

ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายแคมเปญ “SAMYAN MITRTOWN...

SAMYAN MITRTOWN 3RD ANNIVERSARY – MITRDAY MITRLOVE FESTIVAL

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองและขอบคุณมิตรทุกคนที่อยู่ด้วยกันมาตลอด 3 ปี สามย่านมิตรทาวน์จัดแคมเปญ...