Sunday, May 15, 2022
Advertising call 02-033-8900 ext. 8819spot_img

เปิดเทคนิค Workcation เที่ยวอย่างไร? ไม่ให้เสียงาน!

การทำงานหนักๆ อยู่กับบรรยากาศเดิมๆ ส่งผลให้เกิดภาวะ Burnout Syndrome หรือการหมดไฟในการทำงาน ทำให้หลายคนไม่อยากลุกจากที่นอน เพื่อมาทำงาน เพื่อนๆ คนไหนเจอปัญหาแบบนี้บ้าง? ถ้าเพื่อนๆ คนไหนมีอาการแบบนี้ สามย่านมิตรทาวน์ อยากชวนเพื่อนๆ ไปเที่ยวพักผ่อน เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศในชีวิต ซึ่งระหว่างที่เราไปเที่ยวเราก็สามารถทำงานได้เหมือนอยู่บ้าน หรืออยู่ออฟฟิศ การทำงานแบบนี้คนรุ่นใหม่เรียกกันว่า ‘Workcation’ ว่าแต่การทำงานแบบ Workcation คืออะไร จะเที่ยวไปด้วยทำงานไปด้วยยังไงไม่ให้เสียงานไปดูกันเลย

Workcation อย่างไร? ไม่ให้ Work Life Balance เสีย
แน่นอนว่าหากเพื่อนๆ เป็นคนจัดการสิ่งต่างๆ ในชีวิตได้ดี การไป Workcation ก็จะเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ แต่ถ้าเป็นคนไม่เก่ง หรือเคร่งครัดเรื่องวินัยการทำงานละก็มันจะส่งผลเสียให้เราเยอะกว่าการนั่งทำงานอยู่ที่บ้าน หรือออฟฟิศ เพราะใจเรามุ่งอยากจะนอน หรือเที่ยวเพียงอย่างเดียว ส่วนงานก็ผลัดไม่ได้ทำสักที แต่อยากให้การไป Workcation ครั้งนี้ได้ผลลัพธ์ที่ดี สามารถทำตามคำแนะนำได้ดังนี้

1.แพลนงานให้ดีก่อนเริ่มไป Workcation
ก่อนออกเดินทางไป Workcation ควรหาทางจัดการงานที่ยังค้างคาให้เรียบร้อย หากมีสมาชิกในทีมลองฝากงานให้เพื่อนๆ ช่วยกันดูแล แต่ไม่ควรเอาภาระงานของเราไปให้คนอื่นทั้งหมด ให้กระจายงานไปที่เพื่อนประมาณ 30% ก็พอ ส่วนเรายังต้องรับผิดชอบ 70% ของจำนวนงานทั้งหมด เพื่อน ๆ จะได้ทำงานในส่วนนี้อย่างไม่ลำบากใจ

ส่วนงานที่ต้องพึ่งทักษะของเราก็ควรเตรียมตัวให้ดีว่า ต้องพกอุปกรณ์ช่วยทำงานมากน้อยแค่ไหน เพื่อไม่ให้เกิดอุปสรรคระหว่างที่ไป Workcation ส่วนนอกเวลาทำงานอย่าลืมตั้งระบบตอบกลับอีเมลอัตโนมัติ แจ้งรายละเอียดการพักร้อนของเรา เพื่อให้คนติดตามงานรู้ว่าจะติดต่องานได้ตอนไหน และช่องทางใด จะได้ไม่รบกวนเราขณะพักผ่อน แล้วการเปลี่ยนพื้นที่การทำงานของเราครั้งนี้ คงช่วยเติมไฟให้ชีวิตการทำงานกลับมาอีกครั้ง

2.กำหนดเวลาทำงานแบบชัดเจน
จุดประสงค์การไป Workcation ก็คือไปทำงานแต่ได้ฟิลพักผ่อน ดังนั้น กิจกรรมของเราต้องวางแพลนให้ดี กำหนดไปเลยเราจะทำงานกี่ชั่วโมงต่อวัน และชั่วโมงที่เราทำต้องทำแบบจริงจังด้วยนะ เหมือนว่าเรานั่งทำงานที่ออฟฟิศนั่นแหละ และพยายามทำงานไม่เกินชั่วโมงที่เรากำหนดไว้ หากหมดเวลาการทำงาน ยังมีงาน หรือโปรเจกต์อะไรที่ยังไม่เสร็จ ให้เบรกโดยทันที แล้วไปใช้ชีวิตพักผ่อน ท่องเที่ยว หาอาหารอร่อยๆ เติมพลังชีวิต ส่วนงานก็มาเริ่มทำต่อในวันถัดไป พยายามแบ่งเวลาการทำงาน และเวลาพักผ่อนให้เท่า ๆ กันแบบนี้งานก็ได้ไม่โดนบ่น ชีวิตส่วนตัวก็ได้ผ่อนคลาย

3.จด To do list สิ่งที่ต้องทำให้ครบ
เนื่องจากการไป Workcation ทำให้เราไม่ได้สามารถพกงานไปทำได้เหมือนการนั่งทำงานที่บ้าน หรือที่ออฟฟิศ การจดบันทึกสิ่งที่ต้องทำจะช่วยให้งานของเราทำเสร็จได้แบบมีประสิทธิภาพ เช่น การลิสต์งานที่สามารถทำนอกสถานที่ได้ แล้วในแต่ละวันเราก็เร่งเคลียร์งานให้เสร็จตามเช็กลิสต์ของเรา เมื่อลิสต์รายการที่ต้องทำเสร็จแล้วมาจัดลำดับความสำคัญของงาน แต่ถ้าเป็นงานด่วนให้เราทำไฮไลท์สีข้อความเอาไว้ แล้วรีบจัดการให้เสร็จก่อน และงานไหนสำคัญแต่ไม่เร่งด่วนมาก จดเอาไว้ใน To do list พร้อมวางแผนให้ดีว่าจะทำให้เสร็จเมื่อไหร่

วิธีนี้จะทำให้เพื่อนๆ สามารถบริหารงานได้ดี แม้เป็นการทำงานแบบ Workcation ส่วนนอกเวลาทำงาน เราก็ไม่ควรพลาดที่จะจดสิ่งที่เราอยากทำด้วย เช่น สถานที่ท่องเที่ยวที่อยากไป หรือกิจกรรมท่องเที่ยวไหนที่ห้ามพลาด ร้านอาหารไหนที่ต้องไปลอง หรือจุดถ่ายรูปที่ต้องเช็กอิน งานหลัก หรือชีวิตส่วนตัว การจด To do list จะช่วยให้การ Workcation ครั้งนี้ดีต่อใจสุดๆ

4.หยุดตอบไลน์กรุ๊ปทำงานตอนพักผ่อน
ถ้าเวลาทั้งหมดต้องคอยตอบไลน์กลุ่มทำงานทั้งวัน การไป Workcation คงไร้ความหมาย หากเพื่อนๆ ยังตอบแชท หรืออีเมลอยู่ตลอดเวลา ช่วงเวลาที่เราทำงานให้ตอบได้ แต่เลิกงานปุ๊บ ให้กดปิดการแจ้งเตือนไว้ทันที เพื่อไม่ให้มีข้อความอะไรมารบกวนสมาธิ ตอนกำลังพักผ่อน และหากจิตใจเราว้าวุ่นมากๆ ถึงแม้ปิดการแจ้งเตือนแล้ว เผลอเข้าไปดูบ่อยๆ มันอาจส่งผลให้เราเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ หรือโรคเครียดได้ง่ายๆ เข้าใจว่างานก็สำคัญแต่ช่วงเวลาพักผ่อน เราต้องจริงจังด้วย ในเวลาส่วนตัวลองตัดขาดจากโลกภายนอกบ้าง แล้วชีวิตจะมีความสุขขึ้นอีกเยอะ

เพื่อนๆ คนไหนอยากลองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อเติมพลังการทำงานให้กับตัวเอง ถ้าเป็นไปได้ลองปรับรูปแบบการทำงานแบบ Workcation ดูนะคะ ถ้าเพื่อนๆ คนไหนทำได้บอกเลยชาร์ตแบตให้กับตัวเองเต็มแน่นอน

ขอบคุณข้อมูลจาก : Krungsri Plearn Plearn

- Advertisment -

ซื้อ 1 แถม 1 ชิพส์ ในราคา 59 บาท

Taco Bell ชวนคุณมาพบกับมินิโปรแกรม โฉมใหม่!...
spot_img

ชวนมิตรรู้ทัน โควิค-19