Monday, May 23, 2022
Advertising call 02-033-8900 ext. 8819spot_img

มนุษย์เงินเดือนเช็คด่วน! คุณกำลังมีอาการ burnout syndrome หรือไม่?

นับเวลาตอนนี้เราก็ก้าวสู่ปี 2565 มาเดือนกว่าแล้ว เชื่อว่าเรื่องหน้าที่การงานหลายคนก็คงมีข่าวดี โดยเฉพาะการแจกโบนัสประจำปี ซึ่งหลายบริษัทก็จะแจกตอนสิ้นเดือนมกราคม หรือไม่ก็ช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมา นอกจากเรื่องโบนัสแล้ว บางคนก็อาจจะมีข่าวดี เพราะได้ขยับปรับตำแหน่งให้สูงขึ้น มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน แต่บางคนก็อาจจะยังคงทำงานในหน้าที่เดิม ตำแหน่งเดิมต่อไป และอาจจะรู้สึกว่าชีวิตการทำงานไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น อาจจะมากไปจนรู้หมดไฟในการทำงานก็ได้

อาการหมดไฟในการทำงาน หรือที่เรียกว่าภาวะ burnout syndrome ซึ่งคือ ภาวะการเปลี่ยนแปลงด้านจิตใจที่เกิดจากความเครียดเรื้อรังในการทำงาน โดยอาจจะเกิดขึ้นได้กับใครหลายคน ที่ทำงานมานานๆ หรือทำงานซ้ำๆ แบบเดิมไม่มีอะไรให้ตื่นเต้น แล้วภาวะ burnout syndrome มันมีอาการยังไงบ้าง สามย่านมิตรทาวน์ มาข้อมูลมาให้เพื่อนๆ ได้ลองเช็คดูอาการของตัวเองว่าเรากำลังเป็นหรือเปล่า?

1.มีความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ รู้สึกสูญเสียพลังงานทางจิตใจ
2.มองความสามารถในการทำงานของตนเองในเชิงลบ ขาดความรู้สึกประสบความสำเร็จ
3.มองความสัมพันธ์ในที่ทำงานไปในทางลบ รู้สึกเหินห่างจากคนอื่นไม่ว่าจะเป็นผู้ร่วมงาน หรือลูกค้า

งานแบบไหนเสี่ยงเกิดภาวะหมดไฟ
นอกจากเช็คดูอาการของตัวเองแล้ว อยากให้เพื่อนๆลองเช็ค 6 ลักษณะงานที่จะทำให้เราหมดไฟ ไม่อยากไปทำงานว่ามีอะไรเข้าข่ายบ้าง

1.ภาระงานหนัก และปริมาณงานมาก รวมถึงงานมีความซับซ้อน ต้องทำในเวลาเร่งรีบ
2.ขาดอำนาจในการตัดสินใจ และมีปัญหาการเรียงลำดับความสำคัญของงาน
3.ไม่ได้รับการตอบแทน หรือรางวัลที่เพียงพอต่อสิ่งที่ทุ่มเทไป
4.รู้สึกไร้ตัวตนในที่ทำงาน หรือไม่เป็นส่วนหนึ่งของทีม
5.ไม่ได้รับความยุติธรรม ขาดความเชื่อใจ และการเปิดใจยอมรับกัน
6.ระบบบริหารในที่ทำงานที่ขัดต่อคุณค่า และจุดมุ่งหมายในชีวิตของตนเอง

หากเพื่อนๆ คนไหนมีอาการเหล่านี้ หรืองานที่ทำอยู่ในภาวะแบบนี้แล้วละก็ อาจจะกำลังอยู่ในภาวะ burnout syndrome ซึ่งต้องหาวิธีแก้ไขและปรับปรุงให้ตัวเองหลุดพ้นจากภาวะนี้ให้ได้โดยเร็ว แต่หากใครไม่แน่ในว่างานที่ทำอยู่เป็นงานที่ตรงใจ ใช่ที่เราอยากทำมาโดยตลอดหรือเปล่า เราลองมาเช็กกันดูว่า งานที่ทำมาตั้งนานเนี่ย มันเป็นงานที่ถูกใจเราหรือเปล่า

1.คุณทำเพราะสนุกไม่ใช่แค่เพื่อเงิน
เรื่องเงินน่ะสำคัญแน่นอน แต่อาจไม่ใช่เป้าหมายหลักที่เราทำงานทุกวันนี้ จุดเริ่มต้นคงต้องสนุกกับการทำงานก่อนหรือเรียกว่าทำงานแล้วมีความสุข เจองานไหน นั่นแหละงานที่ใช่ที่เราต้องการ

2.คุณไม่เกลียดวันจันทร์
บ่อยครั้งที่ใครหลายคนไม่อยากตื่นเช้าวันจันทร์เพื่อไปทำงาน หลังหยุดวันเสาร์อาทิตย์มาแล้ว การเกลียดวันจันทร์นั่นแหละบ่งบอกว่างานที่ทำไม่ใช่งานที่เราต้องการ

3.ไม่รู้สึกแย่กับการทำงานเกินเวลา
งานไหนที่เราทำแล้วสนุกและมีความสุข ทำงานไปเพลินๆ เกินเวลาเลิกงาน เราก็ไม่รู้สึกแย่ ไม่รู้สึกเบื่อ นั่นคืองานที่เราต้องการอยากทำ ใฝ่ฝัน เป็นงานที่ใช่

4.คุณภูมิใจที่จะเล่าให้คนอื่นฟังเกี่ยวกับงาน
งานไหนที่เรารัก เป็นงานที่เราอยากทำ เมื่อทำแล้วจะภูมิใจ ยิ่งเล่าให้คนอื่นฟังก็ยิ่งมีความภาคภูมิใจ

5.คุณมองงานยากเป็นความท้าทาย
แน่นอน ไม่มีงานไหนที่ง่ายหรือสบาย แต่ถ้าเพื่อนๆ รู้สึกว่างานที่ยากนั้นเป็นงานที่มีความท้าทาย มากกว่ารู้ท้อแท้ หรือกลัววังวน งานที่ทำอยู่นั่นหละเป็นงานที่ชอบสำหรับเราแล้ว

6.รู้สึกเวลาผ่านไปไวเมื่อได้ทำงาน
ถ้างานไหนทำแล้วเราเพลิดเพลินจนไม่รู้วันเวลา แสดงว่าเราทำงานแล้วมีความสุข เราสนุกกับงานนั้น ซึ่งจะมีงานที่เราชอบเท่านั้นแหละ ที่เราจะรู้สึกแบบนี้

7.คุณรู้สึกว่าตัวเองเก่งขึ้นเรื่อยๆ
งานไหนทำแล้ว เราชอบเรามีความสุข มันจะช่วยทำให้เราเก่งขึ้น เพราะเราจะเรียนรู้แก้ไขข้อบกพร่อง และมีการพัฒนาให้เราทำงานได้เก่งขึ้นอยู่ตลอดเวลา นั่นคืองานที่ใช่อย่าปล่อยให้หลุดมือไปนะ

8.งานนั้นไม่บั่นทอนสุขภาพกาย
เรื่องงานก็สำคัญ เรื่องสุขภาพยิ่งสำคัญกว่า ถ้างานไหนทำแล้วไม่เครียด ไม่บั่นทอนสุขภาพ แสดงว่างานนี่ถูกใจใช่งานที่ชอบแน่นอน

ทั้งหมดนี้ คือวิธีการเช็คอาการ burnout syndrome เพื่อนๆ ลองเช็คตัวเองหรือยังว่าเข้าข่ายหรือเปล่า? งานที่ทำอยู่ถูกใจใช่งานที่ชอบมั้ย? เพราะถ้าไม่ใช่งานที่เราอยากทำ เราอาจจะต้องเปลี่ยนงานใหม่ เพื่อให้การทำงานเต็มไปด้วยความสุข

ขอบคุณข้อมูลจาก : SME Bank, คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

- Advertisment -

ซื้อ 1 แถม 1 ชิพส์ ในราคา 59 บาท

Taco Bell ชวนคุณมาพบกับมินิโปรแกรม โฉมใหม่!...
spot_img

ชวนมิตรรู้ทัน โควิค-19