Wednesday, September 28, 2022
Advertising call 02-033-8900 ext. 8819spot_img

เปิดยุทธศาสตร์ 3R พลิกโฉมการท่องเที่ยวไทยสู้โควิด-19

เพื่อนๆ คนไหนที่อยู่ในวงการธุรกิจด้านการท่องเที่ยว ยังคงต้องสู้กันต่อไปนะคะ ทุกวิกฤตย่อมมีโอกาส แม้ว่าตอนนี้ประเทศไทยจะยังมีปัจจัยลบในด้านของการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน (Omicron) ทำให้ภาพรวมการท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นตัว แต่ก็คิดบวกไว้นะคะว่าเราไม่ได้ประสบปัญหาแค่ประเทศเดียว เพราะตอนนี้สายพันธุ์โอมิครอนยังแพร่ระบาดอย่างหนักในหลายประเทศ

ถึงแม้ว่าการท่องเที่ยวของเราจะยังมีปัญหา แต่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ก็ยังคงคาดการณ์ว่าในปี 2565 นี้ประเทศไทยจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ประมาณ 8-15 ล้านคน และนักท่องเที่ยวในประเทศเดินทางจำนวน 160 ล้านคนครั้ง หรือมีรายได้รวมทั้งสิ้น 1.3 -1.8 ล้านล้านบาท

ความคาดการณ์ดังกล่าวนี้อยู่บนสมมุติฐานว่า ประเทศไทยจะต้องมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 8 ล้านคน หากสามารถเปิดด่านค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านได้ในไตรมาส 1 ปี 2565 และมีนักท่องเที่ยวชาวจีนกลับมาเดินทางเข้าประเทศไทยในครึ่งหลังของปี 2565 แต่หากไม่สามารถเปิดด่านค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านได้ ปี 2565 ประเทศไทยก็น่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาทำรายได้ให้กับประเทศไทยที่ประมาณ 6-7 ล้านคน

และเพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้าไปตามเป้าหมายที่วางไว้ล่าสุด ททท. ได้เตรียมแผนพลิกโฉมการท่องเที่ยวไทย ด้วยการวางไทม์ไลน์ในการปรับยุทธศาสตร์ไปสู่การท่องเที่ยวที่เน้นคุณภาพและความยั่งยืน หรือ high-value & sustainable tourism ภายใต้แผน 3R ประกอบด้วย 1.Reopen (Q3 ปี 2564) ซึ่งเป็นช่วงทดลองเปิดภายใต้นโยบาย Phuket Sandbox 2.Recover (Q4-ปี 2565) เป็นช่วงการเปิดประเทศเมื่อ 1 พฤศจิกายน 2564 และ 3.Resilient (ปี 2566-2570) เป็นช่วงการส่งเสริมการท่องเที่ยวไปสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพและความยั่งยืน

โดยทิศทางการขับเคลื่อนสำหรับปี 2565 นี้ ททท.จะคงความสำคัญของการท่องเที่ยวต่อระบบเศรษฐกิจไทย โดยเร่งให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวเร็วและเติบโตได้อย่างเข้มแข็ง และเป็นเซ็กเตอร์สำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทยและก้าวสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ และมีขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

ส่วนตลาดในประเทศ ททท.จะมุ่งส่งเสริมและสนับสนุน “ไทยเที่ยวไทย” ภายใต้แนวคิด BCG และ Local Economy Development Model ควบคู่กับการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ เพิ่มการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและสารสนเทศ และเพิ่มขีดความสามารถให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรมท่องเที่ยว โดยเพิ่มขีดความสามารถให้ผู้ประกอบการในลักษณะอัพสกิลและรีสกิล

จากแผนงานดังกล่าว ททท. มีเป้าหมายว่าจะสามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2565 รวมอยู่ที่ 1.12 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากตลาดต่างประเทศ 6.3 แสนล้านบาท จากนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 10 ล้านคน และจากตลาดในประเทศ 4.9 แสนล้านบาท จากจำนวนนักท่องเที่ยวคนไทย 120 ล้านคน-ครั้ง โดยจะใช้ตัวชี้วัดเป้าหมายใน 3 ด้านหลักประกอบด้วย

1.อัตราการเข้าพักแรม (OR : Occupancy Rate) ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนการเดินทาง โดยต้องมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยทั่วประเทศทั้งปีไม่ต่ำกว่า 50%

2.ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคน (SP : Spending per Trip) โดยตั้งเป้าให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวที่ 62,580 บาท และนักท่องเที่ยวคนไทยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวที่ 4,100 บาท

3.อัตราการบรรทุกผู้โดยสารของสายการบิน (CF : Cabin Factor) โดยอัตราการบรรทุกผู้โดยสารสำหรับสายการบินต่างชาติเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 50% และอัตราการบรรทุกผู้โดยสารสำหรับสายการบินในประเทศเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 80% โดยแบ่งเป็นเซ็กเมนต์และทำการตลาดให้ตรงกับเซ็กเมนต์ของลูกค้า ผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ พร้อมทั้งเน้นการตลาดในรูปแบบ “การเล่าเรื่อง” หรือ Story Telling มากกว่าการขายตัวแหล่งท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างกันให้กับนักท่องเที่ยว

รวมถึงสนับสนุนการท่องเที่ยวให้มีความหลากหลายและเพิ่มมูลค่า เช่น การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม การท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การท่องเที่ยวสำราญ และการท่องเที่ยวเชื่อมโยงภูมิภาค เป็นต้น

เพื่อนๆ คนไหนที่เป็นสายเที่ยวตอนนี้ยังไปเที่ยวต่างประเทศกันไม่ค่อยสะดวก เราก็เที่ยวในประเทศกันไปก่อนละกัน บอกเลยสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งสวยเทียบเท่ากับต่างประเทศ บางแห่งสวยกว่าด้วยซ้ำ

ขอบคุณข้อมูลจาก : ประชาชาติธุรกิจ

- Advertisment -

“SAMYAN MITRTOWN 3RD ANNIVERSARY มิตรเดย์ มิตรเลิฟ เฟสติวัล ”

ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายแคมเปญ “SAMYAN MITRTOWN...