Tuesday, September 27, 2022
Advertising call 02-033-8900 ext. 8819spot_img

6 วิธีกำจัดความเครียดเป็นความสุข ช่วงโควิด-19 แพร่ระบาด

เพื่อนๆ เคยสังเกตุตัวเองมั้ยว่า ตั้งแต่ประสบกับสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 มาตั้งแต่ปี 2563 สามารถรับมือกับภาวะโรคระบาดและจัดการกับความเครียดได้อย่างไร เชื่อว่าเพื่อนๆ แต่ละคนก็น่าจะมีวิธีจัดการความเครียด และความวิตกกังวลที่แตกต่างกันไป ซึ่งบางคนก็อาจจะจัดการกับความเครียดได้ดี บางคนก็อาจจะจัดการไม่ได้ทำให้มีความเครียดสะสม หากปล่อยไว้แบบนี้นานๆ ไม่ดีต่อสุขภาพแน่นอน ยิ่งปัจจุบันสถานการณ์โควิด-19 ยังไม่คลี่คลาย แถมยังมีสายพันธุ์ใหม่อย่างโอไมครอน เพิ่มมาอีก อาจทำให้เพื่อนๆ เกิดความเครียดเพิ่มขึ้นได้ ดังนั้น เพื่อไม่ให้เพื่อนๆ เกิดความเครียดสะสมตามมา สามย่านมิตรทาวน์ มีเคล็กลับการบริหารจัดกับความเครียดมาฝาก ถ้าทำได้! รับรองความเครียดปลิวหายไปแน่นอน

จากข้อมูลของ พญ.ดุจฤดี อภิวงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช ได้ระบุว่า ในวงการด้านจิตวิทยา ได้มีการศึกษาพบว่า ความรู้สึกเครียดที่เหมาะสมนั้นมีข้อดีเช่นกัน เนื่องจากทำให้เกิดความมุ่งมั่นในการเอาชนะปัญหาที่เกิดขึ้น กระตุ้นให้ตื่นตัว ลุกขึ้นมารับมือกับเหตุการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน พร้อมรับมือกับภาวะโรคระบาดโควิด-19 ในครั้งนี้ด้วย แต่หากเกิดความเครียดเรื้อรัง และไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตที่รุนแรงได้

หากมาดูที่ผลกระทบจากความเครียดที่เกิดขึ้นได้ต่อทุกคนคือ
1.ผลกระทบทางร่างกาย ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ได้แก่ ความดันโลหิตสูง, มีการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารมาก (อาจนำไปสู่โรคกระเพาะอาหาร), ภูมิคุ้มกันต่ำลง, เป็นโรคต่างๆ ได้ง่ายขึ้น บางคนที่มีโรคประจำตัว ก็จะกระตุ้นให้โรคกำเริบได้ง่าย

2.ผลกระทบด้านจิตใจ ส่งผลให้เกิดอารมณ์โมโหง่าย, ขาดสมาธิ, อารมณ์แปรปรวน, หลงลืม โดยความเครียดจะกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล หากมีมากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อเซลล์ประสาท สติปัญญาและความจำ ซึ่งหากปล่อยให้เครียดเรื้อรังต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า หรือส่งผลให้มีปัญหาทางด้านสุขภาพจิตได้

3.ผลกระทบเชิงพฤติกรรม โดยจะมีทั้งอาการก้าวร้าว และอาจเกิดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในระยะยาวได้ ส่วนใหญ่จะเป็นพฤติกรรมที่เป็นไปเพื่อการผ่อนคลายหรือระบายอารมณ์ แต่ทำบ่อยจนติดเป็นนิสัย เช่น ติดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ติดเกม, กินมากขึ้น ต้องหาอะไรกินตลอดเวลา หรือติดเล่นการพนัน เป็นต้น

นอกจากนี้ ภาวะว่างเปล่า (Languishing) หรือภาวะที่ขาดแรงจูงใจ ไร้จุดมุ่งหมายในชีวิต หรืออารมณ์ที่รู้สึกเนือยๆ ไม่อยากทำอะไรเป็นพิเศษ ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาสุขภาพจิตที่พบมากขึ้นในช่วงโควิด-19 แต่ยังไม่มีความรุนแรง ระดับผิดปกติหรือเป็นโรค แต่อาจเป็นแนวโน้มของภาวะหมดไฟต่อไปได้ โดยภาวะนี้จะมีอาการรู้สึกเนือยๆ เหนื่อยแต่ไม่หมดไฟ เพราะยังรู้สึกอยากทำอะไรหลายๆ อย่าง เพียงแค่ไม่มีใจจะทำ รู้สึกไม่สนุกหรือมีความสุขเหมือนเดิมแต่ไม่ได้รู้สึกเศร้าหรือซึม ประสิทธิภาพการทำงานหรือเรียนไม่เต็มที่เหมือนเดิม

จากปัญหาที่เกิดขึ้น คุณหมอมีคำแนะนำการผ่อนคลายความเครียดว่า
1.หันมาออกกำลังกายกัน โดยสามารถเริ่มต้นได้เลยที่บ้านทั้ง เช่น การทำโยคะ, การแกว่งแขน, การเต้นแอโรบิก เป็นต้น โดยในทุกครั้งที่ออกกำลังกาย สมองจะหลั่งสารแห่งความสุข (Endrophine) ออกมา ช่วยให้ร่างกายรู้สึกสบายและมีความสุขด้วย

2.ฟังดนตรีคลายเครียด หรือ เลือกดูซีรีส์และหนังที่มีเนื้อหาไม่เครียด

3.การเปลี่ยนมาฟังเสียงธรรมชาติ เช่น เสียงน้ำตก, เสียงฝนตก ซึ่งหาหาฟังได้ตาม YouTube เพราะเลือกฟังเสียงชนิดนี้แล้วทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้เช่นกัน

4.การพักผ่อนให้เพียงพอ นอนหลับให้เป็นเวลา ตั้งเวลาเริ่มงาน และเลิกงานให้ชัดเจน

5.การปรับมาคิดในแง่บวก มีทัศนคติที่ดี ฝึกฝนแนวคิดเชิงเติบโต

6.ฝึกเกร็งและคลายกล้ามเนื้อ ฝึกการหายใจลดความเครียด หรือการเลือกนั่งสมาธิ

7.หาคนรู้ใจ หรือเพื่อนที่สามารถปรับทุกข์หรือพูดคุยด้วยได้ในยามที่เครียด

8.การเข้าใจและยอมรับการเปลี่ยนแปลง เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่ได้ผลในการลดความเครียดได้อย่างยั่งยืน

สำหรับวิธีที่จะต่อสู้กับความเครียดในช่วงเวลาที่เกิดการระบาดของ “โรคโควิด-19” คือ
1.ปฏิบัติตัวตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด ได้แก่ ใส่หน้ากากอนามัย, ล้างมือบ่อยๆ, รักษาระยะ ซึ่งควรพยายามฝึกทำให้เป็นเรื่องปกติ

2.ศึกษาและทำความรู้จักโควิด-19 ทำให้เข้าใจถึงความเสี่ยงที่สามารถควบคุมได้ จัดการให้ปลอดภัยได้ จะช่วยลดความกังวลที่ไม่จำเป็น

3.ติดตามข่าวสารอย่างรู้เท่าทัน โดยควรลดความถี่ในการติดตามข่าวสารลง อาจจะรู้ช้ากว่าคนอื่นบ้างก็ไม่เป็นไร แต่ขอให้เป็นข่าวที่มีเนื้อหาถูกต้อง

4.ใช้กิจกรรมที่ชอบเพื่อทำเยียวยาตัวเอง ทุกคนมีงานอดิเรกหรือกิจกรรมที่ทำแล้วช่วยให้เราลดความเครียด และรู้สึกผ่อนคลายได้

5.มองหาความสุขง่ายๆ จากสิ่งรอบตัว หมั่นเฝ้าสังเกตและรู้สึกดีๆ กับสิ่งที่มีอยู่รอบตัว เช่น ขอบคุณตัวเองและคนใกล้ชิดที่วันนี้ไม่ได้ติดโควิด ยังมีงานทำ รถไม่ติด เป็นต้น หากฝึกทักษะให้มองเช่นนี้จนเป็นนิสัย จะช่วยให้เรารู้สึกเบาตัวขึ้น มีความสุขได้ง่ายขึ้น

6.ค้นหาความชอบใหม่ๆ ให้กับตัวเอง

เป็นอีกแนวทางที่เพื่อนๆ สามารถน่าลองปรับไปใช้กัน เพราะยังไม่รู้ว่าสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 จะจบลงเร็วหรือช้า เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและใจ เรามาเปลี่ยนความเครียดเป็นพลังบวกกัน เพื่อสร้างความสดใสรับปีใหม่ 2565

ขอบคุณข้อมูลจาก : ไทยรัฐ และกรมสุขภาพจิต

- Advertisment -

“SAMYAN MITRTOWN 3RD ANNIVERSARY มิตรเดย์ มิตรเลิฟ เฟสติวัล ”

ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายแคมเปญ “SAMYAN MITRTOWN...