Saturday, December 4, 2021
Advertising call 02-033-8900 ext. 8819spot_img

เปิดวิธีรักษาอาการปวดหัวเพราะ ‘เครียด’ เป็นแล้วหายได้ไม่ต้องใช้ยา

ในช่วงปลายปีแบบนี้เพื่อนๆ ต้องเคลียร์งานวุ่นวายกันมากมั้ย? เนื่องจากเป็นช่วงที่หลายบริษัทต้องสรุปภาพรวมในปีนี้และเตรียมแผนในปีหน้า เลยทำให้เพื่อนๆ หลายคนต้องเคลียร์งานกันให้จบก่อนสิ้นปีนี้ การทำงานเยอะๆ ก็อาจทำให้เพื่อนๆ เกิดความเครียดสะสมและนำไปสู่อาการปวดหัวกันได้ ดังนั้น เพื่อให้เพื่อนๆ ป้องกันตัวเองและดูแลสุขภาพไม่ให้เกิดอาหารปวดหัวจากความเครียด สามย่านมิตรทาวน์ มีข้อมูลจาก นพ.ยงยศ จริยวิทยาวัฒน์ เกี่ยวกับสาเหตุของอาการปวดหัวจากความเครียดมาฝาก เพื่อให้ทุกคนเข้าใจอาการปวดหัว และวิธีป้องกันอย่างถูกต้อง

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดหัวที่พบกันได้บ่อยๆ มีมากมายกว่า 100 สาเหตุเลยทีเดียว แต่สาเหตุหลักๆ ส่วนใหญ่จะมาจากการเป็นไข้ เป็นหวัด การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป เลยทำให้ตื่นเช้ามาปวดหัว การมีประจำเดือน ออกกำลังกายหรือเล่นโทรศัพท์มากไป การอ่านหนังสือไม่ทันในช่วงใกล้สอบ การเตรียมข้อมูลเข้าประชุมไม่ทัน หรือถูกดุ ก็ทำให้เกิดอาการปวดหัวได้

จากสาเหตุที่เล่าไป คุณหมอบอกว่า ในบรรดากว่า 100 สาเหตุนั้น ความเครียดเป็นสาเหตุที่พบบ่อยสุด และโรคนี้จะพบได้ในทุกวัย มักเริ่มมีอาการครั้งแรกตั้งแต่วัยรุ่นหรือวัยหนุ่มสาว ซึ่งจะมีอาการกำเริบบ่อยในช่วงอายุ 20-50 ปี โดยจะพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย 1.5-2 เท่า และการปวดหัวจากความเครียดไม่ใช่โรครุนแรงที่เป็นอันตรายต่อชีวิต แต่มีผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน

หากมาดูที่อาการปวดหัวจากความเครียดคือ จะรู้สึกปวดที่ศีรษะ ตั้งแต่เล็กน้อยถึงปานกลาง ปวดดื้อๆ ปวดบีบๆ รู้สึกเหมือนมีอะไรมารัดศีรษะ อาจเจ็บแปล๊บๆ ที่หนังศีรษะ หรือบางคนปวดข้างเดียว ปวดมาที่กระบอกตา คล้ายไมเกรน แต่มักไม่มีอาการทางระบบประสาท เช่น ไม่มีอาการทางสายตา ไม่มีอาการคลื่นไส้อาเจียน สำหรับการปวดหัวจากความเครียดอาจมีอาการเป็นครั้งคราว นานๆ ปวดครั้ง แต่ละครั้งอาจปวดนานเป็นชั่วโมง หรือเป็นวัน แต่บางคนอาจปวดเรื้อรัง ปวดแทบทุกวัน เดือนหนึ่งปวดมากกว่า 15 วันอาจมีภาวะซึมเศร้าร่วมด้วย

วิธีการในการรักษาอาการปวดหัวนั้น สามารถทำได้โดยไม่ต้องกินยา ด้วยวิธีนี้
1.การพัก อยู่ในที่เงียบๆ ไม่มีสิ่งรบกวน ทั้งเรื่องแสง เสียง ความร้อนอุณหภูมิ
2.การใช้ความเย็น (น้ำแข็ง) ประคบศีรษะ ต้นคอ แต่คนไข้บางคนชอบใช้กระเป๋าน้ำร้อนมากกว่า
3.การนวดแถวต้นคอ โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการปวดต้นคอร่วมกับการปวดหัว ทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย
4.ปรับมาทำจิตใจให้สงบ เข้าสมาธิ บังคับตัวเองให้คิดถึงสิ่งดีๆ คำพูดดีๆ ของเพื่อน หรือของใครก็ตามที่ทำให้เรายิ้มได้ หัวเราะได้
5.จิบเครื่องดื่มที่ชอบโดยเฉพาะเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน เพราะกาเฟอีนมีฤทธิ์ลดอาการปวดหัวได้

แต่บางคนต้องเลือกกินยา โดยยาที่สามารถกินได้ คือ ยาแก้ปวด แก้อักเสบทั่วไปเช่น แอสไพริน พาราเซตามอล ถ้าต้องใช้ยาที่แรงขึ้น ยาที่ใช้กันประจำและสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยา ได้แก่ ibuprofen และ naproxen ส่วนยาแก้ปวดหัวที่ใช้รักษาไมเกรน สามารถใช้ได้ สำหรับกรณีปวดมากและมีภาวะซึมเศร้าร่วมด้วย แพทย์อาจให้ยาคลายเครียด หรือยารักษาอาการซึมเศร้าด้วย นอกจากนี้ การฝังเข็มก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถช่วยลดอาการปวดได้เหมือนกัน แต่ต้องปรึกษาคุณหมอผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ

ส่วนวิธีที่จะทำให้ไม่ปวดหัวได้บ่อยคือ ในคนบางคนอารมณ์เสียง่ายควรการปรับมาเรียนรู้ที่จะจัดการอารมณ์ การรู้จักผ่อนคลาย ด้วยการสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หลายๆ ครั้ง การเล่นโยคะ การทำสมาธิ ทำจิตใจให้แน่วแน่ นึกถึงแต่สิ่งดีๆ ที่เคยพบ นึกถึงแต่สิ่งที่ทำให้มีความสุข รวมถึงต้องรู้จักใช้ชีวิตที่ผ่อนคลาย ไม่เร่งรีบ เช่น นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ไม่สูบบุหรี่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ กินอาหารที่มีประโยชน์ และไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป ซึ่งเมื่ออายุมากขึ้น EQ สูงขึ้น รู้จักวิธีควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น การปวดหัวจากความเครียดก็จะหายไปเอง

รู้แบบนี้แล้วเพื่อนๆ อย่าลืมไปสังเกตตัวเองว่า กำลังมีความเครียดสะสมจนทำให้เกิดอาการปวดหัวตามมาหรือไม่ ถ้ามีอาการก็อย่าลืมนำวิธีที่เล่ามาไปใช้ปรับพฤติกรรมใหม่ เพื่อให้ผ่อนคลายและสบายใจในการทำงานมากขึ้น สามย่านมิตรทาวน์ เชื่อมั่นว่า การมีอารมณ์ที่เบิกบานมากขึ้นจะส่งผลดีต่อการทำงานและคนที่อยู่รอบข้างแน่นอน

ขอบคุณข้อมูลจาก : หมอชาวบ้าน และ กรมสุขภาพจิต

- Advertisment -

YOU&I จัดโปรพิเศษชุดเดลิเวอรี 4 เซต

YOU&I ส่งความอร่อยให้ถึงที่กับชุดเดลิเวอรี 4 เซต...

เตรียมพบกับงาน ‘Merry Gift Much’ ส่งต่อความสุขด้วย ‘ของขวัญ’

เพราะทุกที่ในสามย่านมิตรทาวน์ คือ ของขวัญสำหรับทุกคน ถึงเวลาส่งต่อ...

แนวทางป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ทุกสายพันธุ์

แม้ว่าตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลที่มากพอสำหรับโควิดสายพันธุ์ใหม่อย่าง โอมครอน(Omicron)แต่หน่วยงานาธารณสุขทั่วโลกออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกัน เช่นเดียวกับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข...
spot_img

ชวนมิตรรู้ทัน โควิค-19