Tuesday, September 20, 2022
Advertising call 02-033-8900 ext. 8819spot_img

4 เรื่องต้องรู้ ถ้าคิดจะซื้อบ้านช่วงโควิด-19 เพื่อ Work from Home

ตอนนี้สถานการณ์โควิด-19 ปรับตัวดีขึ้นมากแล้ว เพื่อนๆ คงกลับมาใช้ชีวิตปกติ เดินทางไปทำงานออฟฟิศ ไปเที่ยว ไปโน้นนี่นั่นกันสนุกสนานแล้ว แต่จะไปไหนมาไหนก็อย่าประมาท การ์ดอย่าตก พกเจลแอลกอฮอล์ สวมหน้ากากอนามัย และเว้นระยะห่างกันเสมอๆ เพราะโควิด-19 ไม่ได้หายไปไหน ยังอยู่รอบตัวเราอยู่นะ ระวังไว้ดีกว่ามาแก้ไขภายหลัง

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้พฤติกรรมของคนเปลี่ยนแปลงไปอย่างหนึ่ง คือ ความต้องการจะมีพื้นที่เยอะๆ สำหรับการอยู่อาศัย ก็เราต้องเว้นระยะห่างทางสังคมไง แม้แต่กับคนในบ้านด้วยกันเอง ยิ่งคนในบ้านออกไปไหนต่อไหน ส่วนตัวเราอยู่แต่บ้าน ก็ยิ่งต้องระมัดระวังด้วย เมื่อคนต้องการพื้นที่ และที่ผ่านมาหลายคนก็ใช้พื้นที่ในบ้านเพื่อการทำงาน การเรียนออนไลน์ ทำให้ความต้องการอยู่บ้านเปลี่ยนไปด้วย คนเริ่มอยากมีบ้านมากกว่าอยู่คอนโดในเมืองกันแล้ว และแม้ว่าตอนนี้เหตุการณ์โควิด-19 ดีขึ้น แต่คนก็น่าจะอยากอยู่บ้านหรือซื้อบ้าน มากกว่าคนโดแน่นอน

ถ้างั้นเรามาดูกันว่า หากจะซื้อบ้านโดยเฉพาะในช่วงนี้ที่ยังมีโควิด-19 อยู่ เราควรเตรียมตัวยังไงกันดี แม้ว่าเราไม่ได้จะซื้อบ้าน เพราะมีงบจำกัด ซื้อได้แค่คอนโดก็ตาม มาดูกันว่าเราควรจะเตรียมตัวยังไง เตรียมความพร้อมเรื่องอะไรสำหรับการซื้อบ้านในช่วงนี้กันดีกว่า

1.เตรียมความพร้อมของสถานะการเงินให้ดี
เรื่องเงินเรื่องใหญ่ ถ้าไม่มีเงินก้อนก็ต้องมีการเตรียมความกันก่อน แม้ว่าตอนนี้จะมีแคมเปญมากมาย แบบไม่ต้องมีเงินดาวน์ก็เข้าอยู่ได้ หรือแคมเปญอยู่ฟรีทั้งหลาย เป็นต้น อาจทำให้เรารู้สึกว่าการตัดสินใจซื้อบ้านในช่วงนี้เป็นสิ่งที่คุ้มค่า และไม่ควรพลาดโอกาสไป แต่ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดอยู่ที่เราพร้อมจะผ่อนไหวหรือไม่ต่างหาก เพราะต่อให้ได้บ้านหรือคอนโดราคาถูกกว่าปกติแค่ไหน ถ้ากำลังในการผ่อนเราไม่ไหว หรือยังมีหนี้สินอื่น ๆ ที่ต้องแบกรับรายเดือนอยู่มาก การซื้อบ้านในช่วงนี้ก็ไม่น่าจะโอเค และถ้าการเงินให้พร้อม โอกาสในการยื่นกู้ขอสินเชื่อก็เป็นไปได้ยากด้วย หลักในการประเมินสภาพทางการเงินง่าย ๆ ก็คือ ภาระหนี้สินที่ต้องจ่ายต่อเดือนไม่ควรเกิน 40% ของเงินเดือน เช่น ถ้าเงินเดือน 30,000 บาท ภาระหนี้สินก็ควรอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 12,000 บาทต่อเดือนนั่นเอง

2.เตรียมเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินไว้ด้วย
นอกจากตรวจความสามารถในการผ่อนชำระตลอดอายุสัญญากู้ซื้อบ้านแล้ว เราต้องเตรียมเงินไว้ใช้จ่ายจิปาถะด้วย อย่าลืมว่าการซื้อบ้านไม่ใช่แค่มีเงินซื้อบ้านเท่านั้น ยังมีเงินที่ต้องใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าโอน ค่าจดจำนอง ค่าส่วนกลาง ค่ามิเตอร์น้ำ ไฟ เป็นต้น ซึ่งแม้จะได้รับส่วนลดจากมาตรการรัฐ หรือ โปรโมชั่น ก็ยังเป็นเงินก้อนที่ต้องจ่ายอยู่ดี รวมไปถึงค่าเฟอร์นิเจอร์อื่น ๆ นอกเหนือจากที่แถม ค่าขนย้ายของจัดการสิ่งต่าง ๆ ก่อนเข้าสู่บ้านใหม่ ฯลฯ นอกจากนั้นแล้วท่ามกลางสถานการณ์โควิด -19 เราไม่รู้เลยว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง เราจะป่วยเมื่อไร บริษัทที่ทำงานจะมั่นคงอยู่ไหม จะมีโอกาสถูกให้ออกจากงาน หรือถูกลดเงินเดือนหรือไม่ ฯลฯ ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น อาจทำให้แผนการใช้เงินของเราสะดุดติดขัด จนไม่สามารถรับภาระค่าผ่อนบ้านได้ไหวจนอาจต้องสูญเสียบ้านไปในที่สุดได้

3.เลือกบ้านตอบโจทย์การใช้ชีวิต-การลงทุนในอนาคต
เมื่อตัดสินใจจะซื้อบ้านหรือคอนโดแล้ว ควรเลือกที่เอื้อประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตมากที่สุด และเลือกในราคาที่สมกับฐานะทางการเงินให้ได้มากที่สุด เพื่อให้เราได้ชีวิตที่ดีอย่างที่ฝัน เช่น ควรเลือกทำเลที่ใกล้ออฟฟิศ ใกล้โรงเรียนลูก มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ในขณะเดียวกันก็ควรวางแผนเผื่ออนาคตในการขายต่อหรือปล่อยเช่าไว้ด้วยเลยก็ดี เผื่อว่าหากเกิดเหตุไม่คาดฝันให้เราต้องขายเพราะผ่อนไม่ไหว หรือต้องย้ายที่อยู่ ก็จะได้จัดการได้ง่าย ไม่กลายเป็นชนักติดหลังที่ทำให้กลายเป็นภาระหนักในชีวิต

4.เปรียบเทียบโปรโมชั่น-ดอกเบี้ยสินเชื่อ
แม้ว่าราคาบ้านหรือคอนโดช่วงนี้ลดราคากันมากมาย และมีให้เลือกเยอะไปหมด แต่เราไม่ควรด่วนรีบตัดสินใจ ควรเลือกที่ใช่จริงๆ แล้วที่สำคัญ ต้องมาดูด้วยว่าจะกู้เงินกับแบงก์ไหนดี ที่ดอกเบี้ยคุ้มค่าสุด เพราะระยะเวาผ่อนอย่างน้อยๆ ก็เป็นสิบปี ต้องตรวจสอบรายละเอียดของดอกเบี้ยด้วย เพราะแบงก์มักจะมีโปรโมชั่นดอกเบี้ยถูกช่วงปีแรก แต่ปีหลังๆ ดอกเบี้ยก็ปรับขึ้น ทำให้ภาพรวมดอกเบี้ยที่จ่ายอาจจะมากมาย จนทำเอาเราหน้ามืดได้ ต้องสอบถามรายละเอียดให้ครบ เช่น ถ้าเราฟลุ๊กๆ ไปได้เงินมรดก หรือถูกหวยรางวัลที่ 1 เอาเงินมาปิดบัญชี จะเสียค่าธรรมเนียมมั๊ย ถามไปก่อน ถามให้ครบทุกเรื่อง ดีกว่ามาบ่นรู้งี้ทีหลัง

จริงๆ การเลือกซื้อบ้าน 4 เรื่องนี้ก็เป็นพื้นฐานแหละ ไม่ว่าจะตอนไหนก็ตาม แต่แค่ช่วงนี้มีโปรโมชั่นกระหน่ำซัมเมอร์เซลแบบนี้ ก็อาจจะต้องมีการใส่ใจในรายละเอียดกันเยอะหน่อย เพราะไม่ว่าดีเวลลอปเปอร์หรือแบงก์มักจะมีโปรโมชั่นมายั่วน้ำลาย กระตุ้นความอยากจนเราละเลยที่จะใส่ใจในรายละเอียด ซึ่งถ้าเรามาดูทีหลังว่า ไอ้ที่บอกว่าลด บอกว่าพิเศษ จริงๆ แล้วก็เป็นกิมมิกทางการตลาดเท่านั้น แล้วจะมาเสียใจทีหลังกันเปล่า เตือนแล้วนะเพื่อนๆ

ขอบคุณข้อมูลจาก : Taladnudbaan, KKPAdviceCenter, MoneyGuru, REIC

- Advertisment -

MEDIUM AND MORE ANNUAL SALE 2022

MEDIUM AND MORE ANNUAL...