Wednesday, December 8, 2021
Advertising call 02-033-8900 ext. 8819spot_img

เปิดวิธีรับมือภัย e-Payment ป้องกันเงินหายจากแก๊งดูดเงิน

ในช่วง 1-2 สัปดาห์มา เพื่อนๆ น่าจะได้ยินข่าวการระบาดอย่างหนักของแก๊งมิจฉาชีพที่เข้ามาดูดเงินในบัญชี บัตรเครดิต และบัตรเดบิต กันมาพอสมควร ซึ่งรูปแบบของแก๊งมิจฉาชีพที่ทำกันในครั้งนี้ใช้วิธีตัดเงินจากบัญชีออกไปครั้งละไม่มาก แต่ตัดแบบถี่ๆ หลายๆ ครั้ง เพื่อให้เจ้าของบัญชีไม่รู้ตัวและไม่ทันสังเกต วิธีนี้ทำให้ขณะนี้มีบัตรที่ถูกใช้งานแบบผิดปกติแล้ว 10,700 ใบ เป็นบัตรเครดิต 5,900 ใบ และบัตรเดบิต 4,800 ใบ รวมเป็นมูลค่า 131 ล้านบาท

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องออกมายืนยันว่า ไม่ได้เกิดจากการรั่วไหลของข้อมูลจากระบบธนาคาร แต่เป็นการที่มิจฉาชีพ “สุ่มข้อมูลบัตร” และนำไปสวมรอยทำธุรกรรมผ่านร้านค้าออนไลน์ต่างประเทศ ที่ไม่มีการใช้ OTP เพื่อนๆ รู้แบบนี้แล้วก็อย่าลืมสังเกตยอดเงินในบัญชี และบิลในบัตรเครดิตกันให้ดีๆ นะคะ ว่ามีความผิดปกติหรือเปล่า

เพื่อให้เพื่อนๆ รับมือกับแก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้ได้ทันท่วงที สามย่านมิตรทาวน์ มีวิธีการรับมือ ภัย e-Payment จากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ สพธอ. (Electronic Transactions Development Agency หรือ ETDA) มาฝาก เพื่อนๆ จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อภัยมือเหล่านี้

วิธีรับมือภัย e-Payment
1.ระวังการกรอกกรอกข้อมูลส่วนตัวหรือให้ข้อมูลสำคัญทางธุรกรรมผ่านทางโทรศัพท์หรืออีเมล หรือ แอปพลิเคชัน หรือเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ เช่น แอพพลิเคชันสินเชื่อให้เงินกู้ เกมออนไลน์

2.ควรกำหนดวงเงินการใช้จ่ายของบัตรเดบิต หรือ บัตรเครดิตให้เหมาะสมเพื่อจำกัดมูลค่าความเสียหาย บางกรณีอาจเลือกตั้งค่าวงเงินให้ต่ำสุดที่ระบบรองรับได้ และปรับแต่งอีกครั้งเมื่อมีการเรียกใช้งาน

3.เลือกใช้ช่องทางการแจ้งเตือนการทำธุรกรรมที่เกิดขึ้น เพื่อให้เห็นความเคลื่อนไหวของบัญชีหรือบัตรเครดิต เช่น แจ้งยอดการเคลื่อนไหวของบัญชีออมทรัพย์ หรือ ยอดใช้จ่ายบัตรเครดิตผ่าน SMS การตั้งค่าเตือนผ่านแอพพลิเคชัน

4.หมั่นสังเกตเงินในบัญชีตนเองว่ามียอดลดลงหรือไม่ หรือหากพบการใช้งานที่ผิดปกติควรรีบติดต่อ call center หรือสาขาของธนาคารผู้ออกบัตรโดยด่วนเพื่อแจ้งตรวจสอบ หรือ แก้ไขการทำธุรกรรมในทันที

5.หากได้รับการประสานจากธนาคารถึงความผิดปกติทั้งจากทางอีเมล หรือโทรศัพท์ เช่น การล็อกอินเข้าสู่ระบบที่ผิดปกติ การเปลี่ยนข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ที่ผูกกับบัญชีบัตร ให้รับทราบ และประสานกลับตามช่องทาง call center ปกติ ของธนาคาร เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นช่องทางจากธนาคารจริง หากเป็นการแจ้งจากธนาคารจริง ให้เฝ้าระวังความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อจากนี้ เช่น การนำรหัสผ่านไปใช้งานต่อ การเปลี่ยนอาจมีการฝังมัลแวร์ลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ผู้ใช้งานเพื่อเฝ้าดูพฤติกรรมตลอดเวลา

วิธีแก้ปัญหาเมื่อตกเป็นเหยื่อ
1.รีบแจ้งอายัดบัตรเดบิต หรือ บัตรเครดิตทันที เพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำเลขหน้าบัตร รวมถึงรหัส cvv ไปใช้
2.ติดต่อ call center ของธนาคารต้นเรื่อง และปฏิเสธการจ่ายรายการหรือธุรกรรมที่ผิดปกติ
3.เก็บหลักฐานทั้งหมดที่ได้รับ เช่น SMS หน้าจอ วงเงิน statement ไปลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจ

เพื่อนๆ รู้วิธีรับมือ และวิธีแก้ปัญหาแล้ว ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับเพื่อนๆ รีบตั้งสติ แล้วทำตามขั้นตอนที่นำมาฝากทันทีเลยนะคะ เพราะถ้าปล่อยไปพวกแก๊งมิจฉาชีพจะได้ใจ

ขอบคุณข้อมูลจาก : สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA)

- Advertisment -

Sushi Cake สุดพิเศษเริ่มต้น 199 บาท

Shinkanzen Sushi จัดเทศกาลมอบของขวัญสุดพิเศษ ให้คุณได้ส่งมอบความรักผ่าน...

เรียนรู้เทคนิคการเพ้นท์สีใต้เคลือบที่ใช้สำหรับทาเซรามิก

Medium and More ชวนคุณมาเวิร์คช็อปให้รู้สึกผ่อนคลายกับการสร้างสรรค์ศิลปะ...
spot_img

ชวนมิตรรู้ทัน โควิค-19