Sunday, October 17, 2021
Advertising call 02-033-8900 ext. 8819spot_img

7 เทรนด์ท่องเที่ยวยุคใหม่ ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง วิ่งหาธรรมชาติ

หลังจากภาครัฐเริ่มมีการผ่นคลายมาตรการมาเรื่อยๆ เพื่อนๆ หลายคนก็เริ่มวางแผนไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ว่าแต่เพื่อนๆ รู้มั้ยว่า? การกลับมาท่องเที่ยวภายในประเทศได้อีกครั้งมีความเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมค่อนข้างมากเลยทีเดียว เพื่อให้เพื่อนๆ ได้ทราบถึงเทรนด์การท่องเที่ยวหลังสถานการณ์โควิดภายในประเทศเริ่มปรับตัวดีขึ้น สามย่านมิตรทาวน์ มีข้อมูลจาก Klook ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มให้บริการการจองกิจกรรมและบริการด้านการท่องเที่ยว มาเล่าให้ฟัง

จากข้อมูลของ Klook ระบุว่า สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อโลกมายาวนานมากกว่า 1 ปี ทำให้พฤติกรรมการท่องเที่ยวของคนไทยและทั่วโลกเปลี่ยนไป โดยสามารถสรุปออกมาเป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นได้ดังนี้

1.ความคุ้มค่าและความยืดหยุ่นผลิตภัณฑ์รูปแบบ “ซื้อก่อน จ่ายทีหลังเมื่อได้ไปเที่ยวจริง”
ถือเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มนักท่องเที่ยว เพราะหลังจากที่นักท่องเที่ยวต่างได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทุกการใช้จ่ายย่อมต้องระมัดระวังและคุ้มค่าที่สุด เนื่องจากไม่มีใครต้องการเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์หรือจ่ายเงินไปแล้วไม่สามารถเดินทางได้ ซึ่งจากสถานการณ์ในปัจจุบันที่ยังมีความไม่แน่นอนค่อนข้างมาก เรื่องของความยืดหยุ่นจึงเป็นปัจจัยในการตัดสินใจเช่นเดียวกัน หากสินค้าและบริการสามารถตอบโจทย์นี้ได้ เชื่อว่าจะสามารถสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี

2.มองหาประสบการณ์แบบใหม่ หลีกหนีความจำเจและกิจวัตรเดิมๆ
ในช่วงปลายปี 2020 พบว่านักท่องเที่ยวไทยเข้ามาค้นหาและจองกิจกรรมท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มสูงมากถึง 5 เท่า สะท้อนว่าคนไทยคิดถึงการท่องเที่ยวและพร้อมที่จะออกเดินทางแทบจะทันทีเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น ซึ่งพบว่านักท่องเที่ยวมองหากิจกรรมการท่องเที่ยวที่พิเศษและแปลกใหม่สำหรับตัวเอง อาทิ กิจกรรมตกหมึกที่คาเฟ่ในพัทยา กิจกรรมดำน้ำลึกที่เกาะเต่า เป็นต้น

3.จัดทริปแบบส่วนตัวที่ต้องมาพร้อมกับการเดินทางแบบส่วนตัว
เพื่อหลีกเลี่ยงสถานที่หรือกิจกรรม คนส่วนใหญ่ในยุคปัจจุบันจึงเลือกที่จะเดินทางเป็นกลุ่มเล็กๆ เช่น ไปกับเพื่อนหรือไปกับครอบครัวมากขึ้น จากสถิติการซื้อกิจกรรมท่องเที่ยวบน Klook บริการเช่ารถได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากในหลายประเทศทั่วทวีปเอเชีย

4.คอนเทนต์ต้องปังและต้องมีช่องทางการติดต่อที่รวดเร็วทันใจ
มีการคาดการณ์ว่า ในปี 2023 ประชากรชาวเอเชียแปซิฟิกมากกว่า 1,600 ล้านคน จะรับข่าวสารต่างๆ ผ่าน วิดีโอคลิปบนมือถือ ซึ่งตัวเลขนี้นับว่ากระโดดสูงขึ้น 75% จากตัวเลข 1,200 ล้านคนในปี 2019 ดังนั้น ผู้ให้บริการการท่องเที่ยวต้องไม่มองข้ามการทำคอนเทนต์ผ่านวิดีโอ หรือการไลฟ์สตรีมมิ่ง ควรพัฒนาให้เป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการสื่อสารกับลูกค้าและนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการการท่องเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยว

5.โหยหาทริปท่องเที่ยวยาวๆ กับจุดหมายปลายทางที่ไกลๆ
จากการสำรวจของ GlobalData เมื่อสามารถเดินทางข้ามประเทศได้แล้วนั้น 22% ของนักท่องเที่ยวมองหาทริปท่องเที่ยวที่ยาวมากกว่า 10 วัน ในขณะที่ทริปท่องเที่ยวสั้นๆ 1-3 วันได้รับการสนใจเพียง 14%

6.ตัวช่วยที่จะทำให้การเดินทางง่ายขึ้น
จากสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นทำให้มีการสร้างข้อจำกัดและกฎระเบียบในการเดินทางมากมายให้นักท่องเที่ยว ดังนั้น ผู้ประกอบการท่องเที่ยวควรพิจารณานำเสนอบริการแบบครบวงจร ที่พร้อมให้บริการทุกอย่างครบจบที่เดียว เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้า ทำให้การเดินทางเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นมาได้

7.มองหาทริปแบบ Slow life และเข้าหาธรรมชาติมากขึ้น
เมื่อการท่องเที่ยวกลับคืนมา นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต้องการเที่ยวแบบเนิบช้า ปล่อยใจปล่อยอารมณ์ไปกับธรรมชาติที่ห่างหายไปนาน ซึ่งจากความต้องการดังกล่าวที่เกิดขึ้น ทำให้ธุรกิจการท่องเที่ยวแบบเข้าถึงธรรมชาติอย่างแท้จริงได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้น

เห็นเทรนด์เกี่ยวกับการท่องเที่ยวแล้ว เพื่อนๆ มีพฤติกรรมการท่องเที่ยวแบบที่มีการสำรวจออกมาหรือเปล่า เชื่อว่าหลายคนมีพฤติกรรมแบบนี้แน่นอน โดยเฉพาะการออกไปสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติต่างๆ เพราะหลังจากธรรมชาติได้ฟื้นฟู แต่ละแห่งบอกเลยสวยมากๆ

ขอบคุณข้อมูลจาก : โพสต์ทูเดย์ , Klook

- Advertisment -

จัดโปรพิซซ่าฉลองออกเจ 1 แถม 1

เดอะ พิซซ่า คอมปะนี พร้อมต้อนรับการออกเจของทุกคน...

เพราะเหตุใด? จึงกำหนดให้วันที่ 16 ตุลาคม เป็นวันอาหารโลก

วันอาหารโลก ตรงกับวันที่ 16 ตุลาคมของทุกปี...
spot_img

ชวนมิตรรู้ทัน โควิค-19