Saturday, November 27, 2021
Advertising call 02-033-8900 ext. 8819spot_img

เปิดวิธีขับรถ ‘ลุยน้ำท่วม’ อย่างไร? ให้ปลอดภัย เครื่องไม่ดับ!

ช่วงนี้หลายพื้นที่ของประเทศไทยยังคงประสบกับปัญหาน้ำท่วม เวลาน้ำท่วมทีจะไปไหนก็ลำบาก ว่าแต่เพื่อนๆ รู้มั้ยว่า เวลาน้ำท่วมหากเราต้องใช้รถยนต์ในการเดินทางต้องทำอย่างไร เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนไม่รู้แน่นอน โดยเฉพาะบรรดาสาวๆ เพื่อให้เพื่อนๆ ขับรถผ่านน้ำท่วมได้อย่างปลอดภัยโดยที่เครื่องยนต์ไม่มีปัญหา สามย่านมิตรทาวน์ มีเคล็ดลับการขับรถฝ่าถนนที่เต็มไปด้วยน้ำมาฝาก

1.ปิดระบบทำความเย็น หรือปิดแอร์ทันที
เพราะในขณะที่เรากำลังขับฝ่าน้ำท่วม หากเปิดแอร์ไว้ พัดลมจะทำงาน ทำให้ใบพัดหมุนตีจนน้ำกระจายไปทั่วห้องเครื่อง ซึ่งอาจทำให้น้ำเข้าห้องเครื่อง หรือเข้าระบบไฟได้ นอกจากนี้ใบพัดอาจพัดไปโดนเศษขยะต่างๆ เช่น กิ่งไม้ ขวดแก้ว ฯลฯ จนทำให้เกิดความเสียหาย ใบพัดแตก หรือหักได้อีกด้วย

2.ใช้เกียร์ต่ำขณะขับฝ่าน้ำท่วม
ในช่วงที่เราต้องขับผ่านน้ำ เราควรใช้แค่เกียร์ 1 หรือ 2 เท่านั้น สำหรับเกียร์ธรรมดา ส่วนเกียร์ออโต้ให้ใช้เกียร์ L หรือ 1 (เกียร์ต่ำสุดของรถแต่ละรุ่น) นอกจากนี้ควรรักษารอบเครื่องเอาไว้ประมาณ 1,500 – 2,000 รอบ เพราะหากรอบต่ำเกินไป เครื่องอาจดับได้ และหากรอบเครื่องสูงเกินไปอาจดูดน้ำเข้าห้องเครื่องได้ ให้รักษาความเร็วเอาไว้อย่างสม่ำเสมอ

3.อย่าเร่งรอบเครื่องสูงๆ
หลายคนมักเข้าใจผิด เร่งเครื่องเร่งรอบระหว่างขับผ่านน้ำท่วม เพราะกลัวน้ำจะเข้าท่อไอเสีย กลัวเครื่องจะดับ แต่จริงๆ แล้วมันกลับให้ผลร้ายมากกว่าที่คิด เนื่องจากการเร่งรอบสูงๆ ทำให้มีอุณหภูมิห้องเครื่องสูงขึ้น และเมื่อความร้อนสูงขึ้น พัดลมระบายความร้อนก็จะทำงาน ทำให้ใบพัดหมุน ผลเสียที่ตามมาก็จะเหมือนกับในข้อแรก และไม่ต้องไปกังวลเรื่องน้ำเข้าท่อ ถึงแม้น้ำจะท่วมท่อไอเสียก็ตาม เพราะรอบเดินเบามีแรงดันมากพอที่จะดันน้ำออกมาจากท่อได้นั่นเอง

4.ลดความเร็วลงเมื่อขับรถสวนกัน
เพราะรถที่สวนเลนมาจะมีระดับคลื่นที่ดันผ่านมากับคลื่นที่เราดันไป ทำให้เกิดแรงปะทะระหว่างทั้ง 2 คลื่น และคลื่นน้ำที่ชนกันจะก่อให้เกิดแรงกระทบ พร้อมกับระดับน้ำที่สูงขึ้น ซึ่งมันสามารถเข้าไปสร้างความเสียหายภายใน หรือท่วมห้องเครื่องได้

5.เว้นระยะให้ห่างจากคันหน้ามากกว่าปกติ
เพราะอย่าลืมว่า ระบบเบรกทั้งหมดจมอยู่ในน้ำ ประสิทธิภาพในการทำงานจึงลดต่ำลงมาก หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้น จะได้มีระยะเบรกที่ปลอดภัย และหากขับรถพ้นช่วงน้ำท่วมแล้ว ให้ทำการย้ำเบรกบ่อยๆ หรือเหยียบเบรกเป็นช่วงๆ ถี่ๆ เพื่อไล่น้ำออกจากระบบ และผ้าเบรกจะได้แห้งไวขึ้น สำหรับรถเกียร์ธรรมดา ให้ย้ำคลัตช์เพิ่มเข้าไปด้วยอีกหนึ่งอย่าง เพราะอาจมีปัญหาคลัตช์ลื่นได้หลังจากผ่านการลุยน้ำท่วม

นอกจากนี้ หลังจากที่ขับฝ่าน้ำท่วมมาได้แล้ว หรือถึงจุดหมายปลายทางแล้ว อย่าเพิ่งรีบดับเครื่องยนต์ ให้วอร์มเครื่องไปอีกสักพัก เพราะอาจมีน้ำตกค้างอยู่ในหม้อพักท่อ และถ้าเห็นว่ามีไอ หรือควันออกมาจากท่อไอเสีย อย่าได้ตกใจไป เพราะมันคือน้ำที่ระเหยออกมานั่นเอง ซึ่งหากคุณไม่ทำแบบนี้ อาจทำให้ท่อทั้งเส้นผุกร่อนเร็วกว่าปกติ นอกจากนี้คุณควรที่จะนำรถไปล้าง เน้นฉีดน้ำแรงๆ เข้าไปบริเวณใต้ท้องรถ และซุ้มล้อ เพราะมันอาจมีเศษทราย เศษขยะ และอื่นๆ ติดอยู่ภายในนั้น

ที่สำคัญไปกว่านั้น หากเกิดเหตุสุดวิสัยจริงๆ เช่น รถดับกลางน้ำท่วม ให้พยายามย้ายรถไปอยู่ในที่ที่น้ำไม่ท่วม และอย่าสตาร์ทเครื่องยนต์เด็ดขาด เพราะน้ำที่ค้างอยู่จะยิ่งเข้าระบบ อาจทำให้เครื่องมีปัญหามากกว่าเดิม ให้รอช่างมาตรวจดูอาการก่อนจะดีกว่า และสำหรับใครที่รู้ตัวว่ารถต้องโดนน้ำท่วมแน่ๆ (จอดที่บ้าน หรือจอดที่คอนโด ฯลฯ) ให้ถอดขั้วแบตเตอรี่ + หรือ – ออกหนึ่งขั้ว หรือจะถอดออกทั้ง 2 ขั้วเลยก็ได้ เพื่อให้ระบบไฟฟ้าไม่ทำงาน ถือว่าผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ในระดับหนึ่ง

ได้รู้เทคนิคกันไปเรียบร้อย ถ้าเพื่อนๆ คนไหนต้องขับรถผ่านน้ำท่วมจริงๆ อย่าลืมเอาเทคนิคที่เล่ามาไปใช้กันนะคะ เพื่อรักษาเครื่องยนต์ของรถให้เราได้ใช้ไปนานๆ

ขอบคุณข้อมูลจาก : sanook

- Advertisment -

เทนยะ จัดโปร 2 เมนูใหม่เริ่มที่ 159 บาท

เทนยะ เปิดตัวเมนูใหม่ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข เฉลิมฉลองกันด้วยเทมปุระสีเหลืองทอง กรอบ...

วันสุดท้ายแล้วนะ สมัครด่วน! Portfolio Boost up รุ่นที่ 4

BASE Playhouse ชวนน้องๆมาสมัครเรียน Portfolio...
spot_img

ชวนมิตรรู้ทัน โควิค-19