Tuesday, October 26, 2021
Advertising call 02-033-8900 ext. 8819spot_img

‘รวมหนี้’ ทางเลือกใหม่ที่ต้องรู้ ของคนมีหนี้เยอะหลายทาง

ช่วงวิกฤตโควิด-19 แบบนี้ เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนน่าจะชักหน้าไม่ถึงหลัง ได้เงินมาก็ต้องเอาไปจ่ายหนี้หลายทางไม่ว่าจะเป็นหนี้บ้าน หนี้รถ หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล หรือหนี้บัตรเครดิต ที่ผ่านมาธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) หรือแบงก์ชาติ ได้มีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยให้สามารถต่อสู้กับวิกฤตโควิด-19 ด้วยการออกมาตรการช่วยให้ลูกหนี้รายย่อยสามารถเข้าไปเจรจาเรื่องหนี้สินกับเจ้าหนี้ที่เป็นธนาคารพาณิชย์และธนาคารของรัฐได้จนถึงวันที่ 31 ธ.ค.2564

หนึ่งในทางออกที่ได้รับความสนใจนั่นก็คือ การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ด้วยวิธี “รวมหนี้” เนื่องจากได้ผลดีในระยะยาว เพียงเพื่อนๆ นำสินเชื่อรายย่อยประเภทอื่นๆ ที่อยู่ภายใต้ธนาคาร หรือกลุ่มบริษัทลูกของธนาคารนั้นๆ เช่น บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อที่เกิดจากการให้เช่าซื้อ มารวมหนี้กับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย เพื่อใช้ประโยชน์จากหลักประกัน นำมาปรับโครงสร้างหนี้

วิธีนี้นอกจากเพื่อนๆ จะได้เงินหนึ่งก้อนมาปิดหนี้ให้เป็นก้อนเดียวแล้ว ผู้ให้บริการทางการเงิน หรือธนาคารยังสามารถลดอัตราดอกเบี้ยในส่วนของสินเชื่อรายย่อยประเภทอื่นๆ ให้เหลือไม่เกินอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate: MRR)

นอกจากนี้ เพื่อนๆ ยังจะได้ขยายระยะเวลาการชำระหนี้ตามความสามารถของลูกหนี้ได้อีกด้วย โดยที่ผู้ให้บริการทางการเงิน หรือธนาคารต่างๆ ต้องให้ข้อมูลที่ครบถ้วนเพียงพอต่อการตัดสินใจของลูกหนี้ เช่น ข้อดีข้อเสียของการเข้าร่วมมาตรการ ข้อมูลเปรียบเทียบภาระหนี้เดิมกับภาระหนี้ใหม่ และทางเลือกการปรับปรุงโครงสร้างหนี้รูปแบบอื่นที่ลูกหนี้สามารถทำได้ โดยเฉพาะเรื่องดอกเบี้ย หากนำหนี้มารวมกันแล้วจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร เช่น ดอกเบี้ยบัตรเครดิต 16% ต่อปี แต่นำมารวมกับสินเชื่อบ้านอาจคิดดอกเบี้ยเหลือ 3% ต่อปีได้ ซึ้จะลดภาระค่างวดได้อีกทางหนึ่งด้วย

สำหรับประโยชน์ที่เพื่อนๆ จะได้รับจากการรวมหนี้ คือ
1.ลูกหนี้ไม่เสียประวัติข้อมูลเครดิต
2.ช่วยลดภาระหนี้ ทั้งดอกเบี้ยและค่างวด
3.ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าปรับ หรือค่าบริการอื่นใด รวมทั้งไม่ต้องจ่ายเบี้ยปรับการชำระหนี้ก่อนกำหนด (prepayment fee)
4.สามารถใช้วงเงินบัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคล ภายใต้การกำกับที่มีลักษณะหมุนเวียนที่ยังเหลือได้ ตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้

นอกจากมาตรการแบงก์ชาติจะเปิดทางให้ลูกหนี้รวมหนี้เป็นก้อนเดียวกับธนาคารเจ้าหนี้แห่งเดียวแล้ว ตอนนี้แต่ละธนาคารยังมีโปรแกรมพิเศษ จูงใจให้ลูกหนี้มารวมหนี้ เพื่อแก้ปัญหาผ่อนหนี้จนหัวโตอีกด้วย โดยบางธนาคารมีการเปิดรับรีไฟแนนซ์บ้าน รถ บัตรเครดิต จากธนาคารอื่นเข้ามาด้วย ถือเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาหนี้ที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว โดยเฉพาะใครที่เป็นหนี้บัตรเครดิตเยอะๆ

ถือเป็นทางออกที่ดีมากๆ เลยนะเพื่อนๆ เพราะฉะนั้นถ้าเพื่อนๆ คนไหนมีหนี้หลายทางก็อย่าลืมไปเจรจากับธนาคารเจ้าหนี้กันดูนะเพื่อนๆ เพราะหากไม่คุย ไม่เจรจา ก็อาจไม่ได้รับความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที ทำให้เวลาล่วงเลยไปจนกลายเป็น NPL (Non-Performing Loan) หรือหนี้เสีย ค้างชำระหนี้เกิน 90 วันขึ้นไปแล้ว นอกจากจะเสียประวัติในเครดิตบูโรแล้ว ยังจะทำให้กู้เงินในระบบยากขึ้นมากในอนาคต

ขอบคุณข้อมูลจาก : businesstoday

- Advertisment -

เมนูใหม่ Flash Coffee รับฮาโลวีน

Flash Coffee ขอชวนคุณมาพบกับเครื่องดื่มใหม่! ต้อนรับเดือนแห่งเทศกาลฮาโลวีนสนุกแบบดื่มแล้วไม่สยอง...

ทดลองออกกำลังกายฟรี เพียงแค่แสดง VACINE CERTIFICATE

Celebrity Fitness ชวนคุณมาทดลองออกกำลังกายฟรี แบบง่ายๆ...

ไทยเตรียมความพร้อมรับมือโควิด-19 รองรับการเปิดประเทศ

ในวันที่ 1 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ ประเทศไทยจะมีการเปิดประเทศในบางพื้นที่...
spot_img

ชวนมิตรรู้ทัน โควิค-19