เพื่อนๆคนไหนเวลาเป็นวันนั้นของเดือนแล้วชอบปวดท้องบ้าง? เชื่อว่าหลายคนมีอาการแบบนี้อย่างแน่นอน ว่าแต่เพื่อนๆ รู้มั้ยว่า? อาการปวดประจำเดือน คืออะไร? ทำไมเราถึงต้องปวดประจำเดือนด้วย ถ้ายังไม่รู้ วันนี้ สามย่านมิตรทาวน์ มีข้อมูลจากคุณหมอมัฏฐวัณณ์ จามิกร โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน มาเล่าให้ฟัง

อาการปวดประจำเดือน คือ อาการปวดบริเวณท้องน้อยหรืออุ้งเชิงกรานในช่วงระหว่ามีประจำเดือนหรืออาจมีอาการปวดท้องก่อนประจำเดือนมา 1-2 วัน บางรายอาจมีอาการปวดหลัง คลื่นไส้ หรือถ่ายเหลวร่วมด้วย โดยอาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นสม่ำเสมอตามรอบของประจำเดือน นอกจากนี้ ยังพบว่า ผู้หญิงที่อยู่ในช่วงเจริญพันธุ์ 60-90% มีอาการปวดท้องประจำเดือนเป็นประจำ แต่ละคนมีอาการปวดมากน้อยแตกต่างกันไป เนื่องจากอาการปวดเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่โดยทั่วไปจะแบ่งประเภทของการปวดท้องประจำเดือนเป็น 2 กลุ่ม คือ
1.การปวดท้องประจำเดือนชนิดปฐมภูมิ
การประจำเดือนที่ไม่พบพยาธิสภาพในอุ้งเชิงกราน โดยอาการปวดเกิดจากโพรสตาแกลนดิน (Prostaglandins) ที่หลั่งออกมาจากเยื่อบุโพรงมดลูกในช่วงที่มีประจำเดือน โดยสารตัวนี้จะทำให้กล้ามเนื้อหลอดเลือดในมดลูกหดรัดตัวทำให้เกิดอาการปวดท้องขึ้น การปวดประจำเดือนโดยสารชนิดปฐมภูมินี้มักพบในวัยรุ่น และเมื่ออายุมากขึ้นอาการปวดจะดีขึ้น ในบางรายหายไปเลยหลังมีบุตรและอาการปวดมักจะเป็นแค่ช่วงวันแรกๆ ที่มีประจำเดือน

2.การปวดประจำเดือนชนิดทุติยภูมิ
การปวดประจำเดือนที่ตรวจพบพยาธิสภาพในอุ้งเชิงกราน เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่, ช็อคโกแลตซีสต์ที่รังไข่, เนื้องอกมดลูก เป็นต้น การปวดประจำเดือนชนิดทุติยภูมินี้มักเกิดในกลุ่มอายุ 25-30 ปีขึ้นไป โดยอาการปวดมักจะปวดทุกวันที่มีเลือดประจำเดือน, มีประจำเดือนมามาขึ้น, มีภาวะมีบุตรยาก มีอาการเจ็บลึกในอุ้งเชิงกรานขณะมีเพศสัมพันธ์ร่วมด้วยได้
อาการปวดประจำเดือนแบบไหนที่ถือว่าผิดปกติ
อาการปวดท้องประจำเดือนที่มีความรุนแรงมากขึ้น ดูแลตัวเองด้วยอาการเบื้องต้นแล้วไม่ดีขึ้น หรือมีความผิดปกติที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อหาสาเหตุ และให้การรักษาต่อไป

วิธีดูแลตนเองเบื้องต้นเมื่อปวดท้องประจำเดือน
การบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนในเบื้องต้น มีทั้ง แบบไม่ต้องใช้ยา ได้แก่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ, ประคบน้ำอุ่นบริเวณท้องน้อยและหลังล่าง, การนวด, ฝังเข็ม แบบใช้ยาโดย รับประทานยาพาราเซตามอล หรือ ยากลุ่ม NSAIDs เช่น พอนสแตน,ไอบูโพรเฟน ทั้งนี้ ต้องระมัดระวังเรื่องการแพ้ยาและผลข้างเคียงจากยาด้วย
การรักษาอาการปวดท้องประจำเดือน
สูตินรีแพทย์จะทำการหาสาเหตุและวินิจฉัยโรคจากการสอบถามประวัติ, ตรวจร่างกาย, ตรวจภายใน, ตรวจด้วยเครื่องอัลตราซาวนด์ หรือบางรายอาจจะพิจารณาทำการส่องกล้องเข้าไปตรวจภายในช่องท้องเพื่อวางแผนการรักษาด้วยยา, ฮอร์โมน หรือการผ่าตัด ตามความเหมาะสมเป็นรายบุคคลไป

วิธีการป้องกันหรือบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือน
1.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เนื่องจากการออกกำลังกายทำให้มีฮอร์โมนเอ็นดอร์ฟิน (Endorphine) หลั่งออกมามากขึ้น ช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดและทำให้อารมณ์ดี
2.พักผ่อนให้เพียงพอ
3.ลดความเครียด ทำจิตใจให้แจ่มใส
4.หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
5.หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอลล์และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ โกโก้
6.ดื่มน้ำให้เพียงพอ
7.รับประทานอาหารที่มีเกลือแร่และวิตามิน เช่น ผัก ผลไม้ ถั่ว ธัญพืช
8.เลือกรับประทานอาหารประเภทปลามากกว่าสัตว์เนื้อแดง เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู

รู้แบบนี้แล้ว เพื่อนๆคนไหนที่มีอาการปวดประจำเดือนก็อย่าลืมทำตามแนะนำของคุณหมอนะคะ อาการปวดจะได้เบาลงหรือไม่ปวดเลย
ขอบคุณข้อมูลจาก : พญ. มัฏฐวัณณ์ จามิกร สาขาปฏิบัติงาน: สูตินรีเวชกรรมทั่วไป, สูตินรีเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน