Wednesday, December 8, 2021
Advertising call 02-033-8900 ext. 8819spot_img

เปิด 5 เทรนด์ธุรกิจ หลังโควิด-19 รู้ทัน! ก่อนโดนดิจิทัลดิสรัป

จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด เช่นเดียวกับการดำเนินธุรกิจที่ต้องปรับตัวให้ทันตามการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค และจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นดังกล่าว วันนี้ สามย่านมิตรทาวน์ มี 5 เทรนด์ธุรกิจหลังวิกฤตโควิด-19 จากการ์ทเนอร์ บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาชั้นนำของโลก มาเล่าให้เพื่อนๆ ฟัง

เทรนด์ที่ 1 การผสานประสบการณ์ดิจิทัลเข้ากับตัวสินค้า (Digital + Product Experience)
เป็นการผสมผสานระหว่างตัวสินค้าและบริการดิจิทัลเข้าด้วยกัน เพื่อนำเสนอประสบการณ์ในรูปแบบใหม่ที่มีเอกลักษณ์ให้เข้ากับลูกค้า กลุ่มธุรกิจและผู้บริโภคทั่วไป เพราะการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้การสร้างปฏิสัมพันธ์และการติดต่อกับลูกค้ามีข้อจำกัด ดังนั้น การผสานรวมเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับตัวสินค้าจะช่วยลดอุปสรรคด้านการจัดการแพลตฟอร์มให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค

ทั้งนี้ กลยุทธ์ดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงแค่บริการเสริม แต่ยังสามารถเพิ่มรูปแบบการทำธุรกิจดิจิทัลใหม่ๆ ให้ผู้ผลิตสามารถรักษาความสัมพันธ์กับผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากการคาดการณ์ของ การ์ทเนอร์ ระบุว่า ในปี 2568 บริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำ 50 อันดับแรก จะหันไปลงทุนในแอปพลิเคชั่นของแบรนด์ตนเองมากขึ้น โดยการใช้ AI และฝังเทคโนโลยีลงไปในสินค้า ควบคู่ไปกับการเพิ่มวิดีโอเข้าไปในข้อมูลดิจิทัล พร้อมกับผสานนวัตกรรมเข้ากับไอที ทีมวิจัยและพัฒนา

เทรนด์ที่ 2 ประสบการณ์ครบจบในที่เดียว (Total Experience)
เป็นวิธีการที่ผู้บริหารด้านไอทีจะใช้เทคโนโลยีในการโต้ตอบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ซึ่งการใช้แนวทางนี้ ผู้บริหารด้านไอทีสามารถเลือกใช้แพลตฟอร์มที่เหมาะสมสำหรับเชื่อมต่อกับลูกค้า พันธมิตรและพนักงานได้ ยกตัวอย่างเช่น พนักงานที่มีบทบาทเป็นผู้เชี่ยวชาญแบรนด์หรือเจ้าหน้าที่ให้บริการลูกค้าและตอบคำถามต่างๆ โดยมีการคาดการณ์ว่าในปี 2567 องค์กรที่มุ่งเน้น Total Experience จะทำผลงานได้ดีกว่าคู่แข่ง 25% โดยเฉลี่ย จากการวัดความพึงพอใจของลูกค้าและพนักงาน

เทรนด์ที่ 3 ความร่วมมือของพันธมิตรในระบบนิเวศ (Ecosystem Partnerships)
มีความคาดการณ์กันว่าองค์กรระดับโลกหลายรายจะมีการใช้ประโยชน์จากความร่วมมือในระบบนิเวศมาสร้างโอกาสการเติบโตทางธุรกิจที่มากขึ้น ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะแค่ตลาดขนาดใหญ่ที่มีความพร้อมเท่านั้น แต่รวมไปถึงตลาดที่กำลังพัฒนา โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการผลิตที่คาดว่าจะมีความร่วมมือในระบบนิเวศ เพื่อสร้างสรรค์ไอเดียและทำอะไรใหม่ๆ เช่น บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อโลก และลดการปล่อยมลพิษผ่านการทำงานระยะไกล เป็นต้น

เทรนด์ที่ 4 การสร้างรายได้จากข้อมูล (Data Monetization)
แนวทางนี้จะช่วยให้ผู้บริหารด้านไอทีในอุตสาหกรรม สามารถผลิต วางแผนเพิ่มรายได้จากการแปลงสินค้าและให้บริการในรูปแบบดิจิทัล ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าภายในปี 2567 ครึ่งหนึ่งของสินทรัพย์ขององค์กรภาคการผลิตขนาดใหญ่ระดับโลกจะประสบความสำเร็จจากการสร้างรายได้ด้วยข้อมูล

เทรนด์ที่ 5 การให้บริการผ่านอุปกรณ์ (Equipment as a Service: EaaS)
เป็นโมเดลเชิงพาณิชย์ที่หลายธุรกิจใช้ สำหรับชำระค่าธรรมเนียมในขั้นตอนการดำเนินงานของสินทรัพย์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำแทนที่การจัดซื้ออุปกรณ์ รูปแบบลักษณะนี้ โดยจะฝังเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) เพื่อใช้ประโยชน์จากการออกแบบทั่วไปและปรับเฟรมเวิร์กให้เข้ากับอุตสาหกรรม เพื่อให้สินทรัพย์และการค้นหาทางแก้ไขในสินทรัพย์มีประสิทธิภาพสุงสุด ซึ่งในอนาคตมีการคาดการณ์ว่าในปี 2566 ผู้ผลิตเครื่องมือ 20% ในอุตสาหกรรมจะสนับสนุนการให้บริการผ่านอุปกรณ์ (EaaS) ด้วยการเพิ่มความสามารถการควบคุมอุตสาหกรรมระยะไกล (Industrial IoT) จากโรงงานที่เป็นฐานการผลิต จากปัจจุบันที่แทบจะเป็นศูนย์

เพื่อนๆ ทราบเทรนด์แล้วก็อย่าลืมนำไปปรับใช้ในการทำงาน หรือการทำธุรกิจดูนะคะ จะได้ไม่ตกเทรนด์

ขอบคุณข้อมูลจาก : ประชาชาติธุรกิจ , การ์ทเนอร์

- Advertisment -

Sushi Cake สุดพิเศษเริ่มต้น 199 บาท

Shinkanzen Sushi จัดเทศกาลมอบของขวัญสุดพิเศษ ให้คุณได้ส่งมอบความรักผ่าน...

ตารางฉายหนัง เฮ้าส์ สามย่าน ประจำวันที่ 3-8 ธันวาคม 2564

House Samyan เปิดตารางฉายประจำวันที่ 3-8 ธันวาคม...
spot_img

ชวนมิตรรู้ทัน โควิค-19