Sunday, August 1, 2021
Advertising call 02-033-8900 ext. 8819spot_img

พิมพ์คอมพ์-เล่นมือถือมาก ระวังเป็น “โรคนิ้วล็อก”

ตอนนี้หลายคนต้องร่วมมือกันทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) เพื่อลดความเสี่ยงต่อการระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งแน่นอนว่าการนั่งทำงานนานๆ โอกาสเกิดโรคออฟฟิศซินโดรมก็ต้องมีตามมาแน่ๆ ดังนั้น เราควรจึงควรผ่อนคลายยืดเส้นยืดสายบ่อยๆ และควรนั่งทำงานในท่าที่ถูกต้องด้วย เพราะเวลาร่างกายมีปัญหาไม่ใช่แค่โรคออฟฟิศซินโดรมเท่านั้นนะเพื่อนๆ มันจะมีโรคอื่นๆ ตามมาด้วย

หนึ่งในโรคที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้เสมอๆ นั่นก็คือ โรคนิ้วล็อก เพราะเราต้องพิมพ์คอมพิวเตอร์กันวันละหลายๆ ชั่วโมง แถมบางคนยังมานั่งสไลด์มือถือ กดคอมเมนต์ในโลกโซเชียลอีกล่ะ ล้วนแต่เป็นความเสี่ยงทั้งนั้น วันนี้ สามย่านมิตรทาวน์ เลยจะชวนเพื่อนๆ มาสำรวจตัวเอง ว่าเพื่อนๆ เป็นโรคนิ้วล็อกกันอยู่หรือเปล่า จะมีอาการอะไรบ้างไปดูกัน

อาการของโรคนิ้วล็อก
“โรคนิ้วล็อก” (Trigger Finger) จะมีอาการปวดบริเวณโคนนิ้ว เหยียดนิ้ว-งอนิ้วไม่สะดวก หรือรู้สึกว่าการงอนิ้ว เหยียดนิ้ว มีความรู้สึก “กึ๊กๆ” คล้ายสปริง และที่ร้ายสุดคือมีอาการเจ็บมากจนไม่สามารถงอนิ้วได้

สาเหตุของโรคนิ้วล็อก
โรคนิ้วล็อกเกิดมาจากความขยันในการทำงานบ้าน ทำสวน การเล่นกีฬา หรือเเม้กระทั่งการทำงานของพนักงานออฟฟิศ รวมถึงการเล่นโทรศัพท์มือถือที่ต้องใช้การงอนิ้ว เหยียดนิ้ว เป็นระยะเวลาต่อเนื่อง

ความรุนเเรงของโรคนิ้วล็อก
โรคนิ้วล็อกนั้นเกิดจากปลอกหุ้มเอ็นที่ใช้ในการขยับนิ้วมีอาการอักเสบ โดยอาการของนิ้วล็อกมี 4 ระยะ ดังนี้
ระยะที่ 1 : เริ่มเเรกผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บปวดบริเวณโคนนิ้วนั้น ๆ
ระยะที่ 2 : รู้สึกว่าการงอนิ้ว เหยียดนิ้ว สะดุดโดยจะมีลักษณะคล้ายสปริงที่จะดีดอย่างรวดเร็วร่วมกับอาการปวดอย่างมากขณะขยับนิ้ว
ระยะที่ 3 : ไม่สามารถเหยียดนิ้วเองได้ ต้องใช้นิ้วอื่นช่วยยืด
ระยะที่ 4 : ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บปวดรุนเเรงจนไม่สามารถทำการงอนิ้วนั้นได้อีกต่อไป

วิธีการป้องกัน
เเช่มือในน้ำอุ่น งอนิ้ว เหยียดนิ้ว ให้สุดเบาๆ พร้อมกับทำการบริหารนิ้วมือเเบบง่ายๆ ทุกวัน ที่เป็นไปได้ให้พักการใช้งานคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือเมื่อนิ้วมือมีอาการเหนื่อยล้า รวมไปถึงหลีกเลี่ยงการถือของหนักเเละการกำมือเเน่น ๆ เช่น บิดผ้า การตีเทนนิส การตีกอล์ฟ เป็นต้น

การตรวจรักษา
เมื่อมีอาการหรือพบผู้ที่มีอาการดังกล่าวควรมาพบเเพทย์ เพื่อที่ผู้ป่วยจะได้รับการตรวจวินิจฉัย การรักษาให้เหมาะสม และไม่ให้การดำเนินของโรครุนเเรงจนเกินไป ทำให้บั่นทอนคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย เมื่อเเพทย์ได้ทำการวินิจฉัยเเล้วจะเเบ่งการรักษาตาม


วิธีการรักษาเมื่ออาการมีความรุนเเรง

1.การทานยาเเก้อักเสบ
2.การประคบร้อน กายภาพบำบัด หรือการดามนิ้ว
3.การฉีดยาสเตียรอยด์ที่ปลอกหุ้นเอ็น

แต่หากผู้ป่วยยังไม่ตอบสนองต่อการรักษา การรักษาลำดับต่อไปคือการผ่าตัด ซึ่งมีทางเลือก ดังนี้
1.การเจาะรูใช้เข็มเปิดปลอกหุ้นเอ็น คือการผ่าตัดแบบแผลเล็กที่ใช้อุปกรณ์ขนาดเล็ก โดยมีแผลเท่ากับขนาดของรูเข็ม และผู้ป่วยฟื้นตัวไว
2.การผ่าตัดเปิดปลอกหุ้นเอ็น เป็นวิธีการมาตรฐานที่เปิดแผลขนาด 3-6 มม. เพื่อเข้าไปทำการตัดพังผืดที่กดหุ้มเส้นเอ็น ผู้ป่วยจะสามารถกลับไปทำงานได้ปกติทันทีหลังผ่าตัด โดยการรักษาเเต่ละวิธีการจะมีความเหมาะสมต่อผู้ป่วยที่เเตกต่างกันไป แพทย์เฉพาะทางจะให้คำปรึกษาเเก่ผู้ป่วยโดยเเจ้งรายละเอียด ข้อดี-ข้อเสียของการรักษาเเละร่วมตัดสินใจไปพร้อมกับผู้ป่วย

เพื่อนๆเริ่มมีอาการนิ้วล็อกกันบ้างหรือยังเอ่ย ถ้าเพื่อนๆ ต้องนั่งทำงานเป็นเวลานานๆ ก็อย่าลืมลุกเดินไปโน่นนี่กันบ่อยน๊า จะได้ไม่เป็นโรคออฟฟิศซินโดรม อย่างน้อยเดินไปหาของกิน หรือเข้าห้องน้ำบ้างก็ยังดี เพราะหลายๆ คนพอทำงานหนักจะไม่ลุกเดินไปไหนเลย ยังไงก็รักษาสุขภาพกันให้แข็งแรงนะคะ สู้ๆ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : ร.ต.อ.นพ.วรพล เจริญพร แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์กระดูกและข้อ-ศัลยกรรมทางมือและจุลศัลยกรรม โรงพยาบาลนวเวช

- Advertisment -

ซื้อครบ 500 บาท ส่งฟรี! 10 กม.

After You จัดโปรโมชั่นพิเศษเมื่อสั่งสินค้าผ่าน After...

Workshop “Anxiety Management: บริหารความคิด ชีวิตไม่ติดกังวล”

Samyan CO-OP ขอชวนทุกคนมาเรียนรู้การบริการความคิด ให้ใจหายกังวล...
spot_img

ชวนมิตรรู้ทัน โควิค-19