Wednesday, September 28, 2022
Advertising call 02-033-8900 ext. 8819spot_img

ส่องจุดเปลี่ยนอนาคตการศึกษาไทย ในยุคโควิด-19

นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รูปแบบการศึกษาของไทยก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จากเดิมน้องๆ จะต้องเรียนในห้องเรียน(ON-SITE) ก็ต้องมาปรับเป็นรูปแบบการเรียนทางไกล (Remote Learning) หรือเข้าใจง่ายๆ ก็คือ การเรียนออนไลน์ เมื่อโควิด-19 ได้เข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าการศึกษาไทย ทำให้เกิดคำถามว่า ต่อไปรูปแบบการเรียนการสอนจะถูกพัฒนาไปอย่างไร หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อให้นักเรียนกลับมาเรียนในห้องเรียน ซึ่งปัจจุบันก็เริ่มมีสถานศึกษาหลายแห่งมองว่า เป็นรูปแบบการศึกษาในรูปแบบออนไลน์มีประสิทธิภาพมากกว่าที่ผ่านมา

จากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น วันนี้ สามย่านมิตรทาวน์ เลยขอหยิบเรื่องของการศึกษาไทยในอนาคตจากบทความของคุณเอกภาวิน สุขอนันต์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท วีเอ็มแวร์ จำกัด มาเล่าให้ฟังว่า อนาคตของการศึกษาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีมองว่ารูปแบบการศึกษาในปัจจุบันประสบความสำเร็จ จากการรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จริงหรือไม่? เพราะยังมีอีกหลายภารกิจที่ต้องเดินหน้าต่อ ซึ่งบางทฤษฎีสามารถนำมาปรับใช้กับรูปแบบการศึกษาของไทยได้ ส่วนจะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย

1.สร้างดิจิทัลแคมปัส
สิ่งแรกที่ถูกนำมาใช้รับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 คือ การสร้างแพลตฟอร์มการสอนออนไลน์ ตลอดจนเครื่องมือและเนื้อหาออนไลน์ต่างๆ ให้กับนักเรียน นักศึกษา นอกจากนี้ ยังจะต้องมีการพัฒนาแพลตฟอร์มให้เข้าถึงได้ง่าย มีการเชื่อมต่อที่รวดเร็ว มีความเสถียรและสม่ำเสมอ เพื่อลดความซับซ้อนและยุ่งยากในการใช้งาน

2.ความปลอดภัยในข้อมูลส่วนบุคคล
ในรูปแบบการเรียนออนไลน์ บุคลากรทางการศึกษาและสถาบันการศึกษาไม่เพียงแต่ต้องรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของนักเรียนในด้านข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น ในส่วนของข้อมูลสารสนเทศอื่นๆ ที่นักเรียนได้ให้ไว้กับสถาบันการศึกษา สถาบันการศึกษาก็ต้องรับผิดชอบด้วย ได้แก่ ไม่ว่าจะเป็นการปกป้องความเป็นส่วนตัวของข้อมูลนักเรียน/นักศึกษา การปกป้องพวกเขาจากภัยคุกคามออนไลน์และเนื้อหาที่เป็นอันตราย หรือการปฏิบัติตามแนวทางและข้อกำหนดทางการใช้งานข้อมูลและระบบดิจิทัล เพราะรูปแบบการรักษาความปลอดภัยที่ล้าสมัยและเครื่องมือที่ไม่มีประสิทธิภาพจะเป็นอุปสรรคต่อความก้าวหน้าของการเรียนรู้ที่เน้นใช้งานในระบบดิจิทัล

นอกจากนี้ ยังจะทำให้นักเรียน และนักศึกษา รวมไปถึงสถาบันการศึกษาต้องเผชิญกับความเสี่ยง ดังนั้น ผู้นำด้านไอทีของภาคการศึกษาต้องใช้เทคโนโลยีทันสมัย และมีความพร้อม เพื่อนำมาใช้รักษาความปลอดภัย ซึ่งหนึ่งในระบบความปลอดภัยที่ควรมี คือ การมีเฟรมเวิร์กในการรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัย

3.การเข้าถึงแหล่งความรู้ที่เท่าเทียมกัน
สถาบันการศึกษาจำเป็นต้องปิดช่องโหว่ของการเรียนรู้ดิจิทัล ด้วยการเสริมศักยภาพผู้สอนและผู้เรียนด้วย ซึ่งปัจจัยดังกล่าวถือเป็นความท้าทายของสถาบันการศึกษา อีกประการหนึ่งของการเรียนการสอนแบบออนไลน์ที่สถาบันการศึกษาต้องมี คือ ความเท่าเทียม เนื่องจากการศึกษาในรูปแบบดิจิทัล ทำให้นักเรียนและนักศึกษาบางคน ไม่มีอุปกรณ์ที่จะสามารถเข้าถึงการเรียนการสอนในรูปแบบดังกล่าวได้ เช่น อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เน็ต จึงทำให้สถาบันการศึกษาบางแห่งเกิดช่องว่างและความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เมื่อต้องมาเรียนในรูปแบบออนไลน์

4.สร้างนวัตกรรมเข้าถึงข้อมูลที่รวดเร็ว
การสร้างสรรค์นวัตกรรมให้เร็วยิ่งขึ้นเพื่ออนาคตของการศึกษา นับเป็นการพลิกโฉมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา หรือแม้แต่นักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ และผู้ปกครองที่ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการในการเข้าถึงระบบการศึกษารูปแบบใหม่ ซึ่งการศึกษาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก่อนหน้านี้อาจจะห่างไกลการเรียนรู้ในรูปแบบออนไลน์ แต่ปัจจุบันโมเดลดังกล่าวถือเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเรียนรู้และปรับตัว เพื่อให้การเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์มีประสิทธิภาพสูงสุด

- Advertisment -

“SAMYAN MITRTOWN 3RD ANNIVERSARY มิตรเดย์ มิตรเลิฟ เฟสติวัล ”

ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายแคมเปญ “SAMYAN MITRTOWN...