Sunday, September 26, 2021
Advertising call 02-033-8900 ext. 8819spot_img

เคล็ดลับเลือกทุเรียน เลือกอย่างไร? ให้ปัง! ไม่เจอทุเรียนอ่อน

ประเทศไทยถือเป็นเมืองผลไม้ ที่มีผลไม้ให้สามารถเลือกรับประทานได้ตลอดทั้งปี ตั้งแต่เดือนมกราคมไปจนถึงสิ้นปีเดือนธันวาคม และในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ ก็มีราชาและราชินีแห่งผลไม้ไทยออกมาสู่ตลาดทั้ง ทุเรียนและมังคุด รวมถึงยังมีผลไม้ของเดือนนี้ทั้ง ระกำ, กระท้อน, สับปะรด, เงาะ,ขนุน และมะละกอสุก ให้ทุกคนได้เลือกรับประทานตามความชอบกันอย่างจุใจไปเลย

โดยหนึ่งในผลไม้ของเดือนนี้ที่ครองใจทั้งคนไทยและคนต่างชาติอย่างมากกมายคือ “ทุเรียน” ราชาแห่งผลไม้ และเพื่อให้เพื่อนๆ ได้รู้จักราคาแห่งผลไม้มากขึ้น สามย่านมิตรทาวน์ มีเรื่องราวของทุเรียนมาเล่าสู่กันฟัง ทั้งสายพันธุ์ทุเรียน เคล็ดลับในการเลือกทุเรียนให้อร่อยและถูกใจ เมนูในการนำทุเรียนไปปรุงอาหาร รวมถึงข้อแนะนำในการรับประทานทุเรียนต่อวัน

หากมาทำความรู้จักกับจำนวนของชนิดของทุเรียนในประเทศไทยมีถึง 234 พันธุ์เลยทีเดียว โดยประเทศไทยขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งส่งออกทุเรียนที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีคำกล่าวว่า หากจะชิมให้หมดทุกสายพันธุ์คงต้องใช้เวลาเป็นปีอย่างแน่นอน แต่หากพูดถึงทุเรียนซึ่งเป็นที่นิยมจะมีเพียง 4 สายพันธุ์ด้วยกัน คือ หมอนทอง ก้านยาว ชะนี และกระดุมทอง แต่ละสายพันธุ์จะมีความต่างกันอย่างไรไปดูกันเลย

1.หมอนทอง หนึ่งในสี่ทุเรียนยอดฮิตของประเทศไทย มีเอกลักษณ์เป็นหนามทรงสามเหลี่ยม มีเนื้อสีเหลืองอ่อน และเปี่ยมไปด้วยรสชาติที่หวานกลมกล่อมที่สุดจากทุเรียนทุกประเภท
2.ก้านยาว มีลักษณะกลมและมีหนามเล็กกว่าชนิดอื่น มีต้นกำเนิดมาจากจังหวัดนนทบุรี ทุเรียนชนิดนี้มีรสชาติกลมกล่อมและลงตัว ด้วยรสสัมผัสแบบหวานมันกลมกล่อม และเป็นทุเรียนที่แพงที่สุดในบรรดาทุกสายพันธุ์
3.ชะนี เป็นอีกหนึ่งชนิดของทุเรียนที่มีเนื้อน้อยกว่าทุเรียนหมอนทอง แต่มีรสชาติที่จัดมากกว่า โดยผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าถ้าอยากรู้ว่าเลือกยังไงให้ได้ผลที่อร่อยที่สุดสำหรับทุเรียนชนิดนี้ ให้ลองมองหาผลที่มีรูปร่างคล้ายกับรอยยิ้ม
4.กระดุมทอง ทุเรียนชนิดนี้มีน้ำหนักโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1 กิโลกรัม เป็นพันธุ์ที่ฉีกทานไม่ยาก แต่ปริมาณเนื้อน้อยกว่าทุเรียนชนิดอื่น

รู้จักสายพันธุ์กันไปเรียบร้อย ต่อไปเราก็มาดูเคล็ดลับการเลือกซื้อทุเรียนกันต่อเลย อันดับแรกเลยเราต้องดูปากปลิง (ที่ก้านผล) ทุเรียนแก่จัดปากปลิงจะพองโตเห็นรอยชัดเจน นอกจากนี้ ยังต้องมาดูที่หนามผลทุเรียนแก่ปลายหนามจะออกสีน้ำตาลเข้ม หลังจากนั้นให้บีบปลายหนาม 2 หนามเข้าหากัน หากเป็นทุเรียนแก่เมื่อบีบปลายหนามเข้าหากัน จะมีลักษณะยืดหยุ่นเหมือนมีสปริง

ยังไม่หมดแค่นั้นนะ เพื่อนๆ ยังต้องดูขั้วผล ขั้วทุเรียนแก่จะเป็นสปริง ส่วนขั้วผลทุเรียนอ่อนจะไม่เป็นสปริง พร้อมกับดูสีผล ด้านบนทุเรียนแก่สีจะมันและแห้ง ดูร่องพูหากทุเรียนแก่ร่องพูเป็นสีน้ำตาลปนเหลือง ไม่มีริ้วรอยจากแมลงและโรค รวมไปถึงต้องดูชิมปลิง โดยตัดขั้วผลหรือปลิง หากทุเรียนแก่จะเห็นน้ำใสที่ขั้วผล ไม่ข้นเหนียวเหมือนทุเรียนอ่อน เมื่อชิมดูจะมีรสหวาน รอยตัดขั้วผลจะเป็นวงแหวนสีเหลืองระหว่างแกนกับเปลือก

ขั้นตอนต่อมา คือ การดมกลิ่น ถ้าทุเรียนแก่สุกจะมีกลิ่นหอม ไม่เหม็นเขียว ก่อนจะซื้อก็เคาะที่โกรกหนาม หากทุเรียนแก่จะมีเสียงโพรกดังหลวมๆ ไม่ทึบ ที่สำคัญไปกว่านั้น ควรซื้อทุเรียนที่ตัดมาจากสวนใหม่ๆ หากเป็นไปได้ แวะไปที่สวนผลไม้ที่เปิดให้เข้าชม จะได้ทุเรียนที่ตัดมาสดๆ นำไปเป่าพัดลมไล่น้ำ 3-5 ชั่วโมง เนื้อทุเรียนจะไม่อมน้ำ ทำให้ทานอร่อยยิ่งขึ้น โดยเฉพาะซื้อทุเรียนที่ตัดตอนแก่ หากเป็นพันธุ์ชะนีซื้อมาแล้วให้ทิ้งข้ามคืน 3 คืน ส่วนหมอนทองให้ทิ้งข้ามคืน 5 คืน จะได้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้น

ต่อไปเป็นขั้นตอนของการใช้มีดผ่าทุเรียน ควรใช้มีดขนาดกระชับมือ มีความคมเป็นพิเศษผ่าตามร่องพู แล้วค่อย ๆ บิดเปลือกออกจะทำให้แกะงายขึ้น ใครที่ชอบกินทุเรียนที่สุกมาก ควรใช้มีดเจาะก้นผลแล้วบิดเปลือกออกจะทำให้แกะง่ายขึ้น หลังจากแกะเรียบร้อยถ้าทานทุเรียนไม่หมดให้นำไปแช่ช่องฟรีซ จะได้ไอศครีมทุเรียนที่อร่อยไม่แพ้ทานทุเรียนสด

ความอร่อยของทุเรียนนอกจากจะกินแบบสดๆ อร่อยแล้ว หากนำเมนูจากทุเรียนไปปรุงรสเป็นอาหารก็อร่อยไม่แพ้กัน โดยเมนูที่น่าสนใจที่อยากแนะนำ คือ
1.แกงมัสมั่นทุเรียน ที่ความหวานมันของทุเรียนช่วยเพิ่มความล้ำลึกให้กับรสชาติของน้ำกะทิและแกงกะหรี่ได้อย่างยอดเยี่ยม
2.ทุเรียนแผ่นทอดกรอบ ทุเรียนฝานบางที่นำมาทอดนี้ มีคุณค่าทางโภชนาการมากมายและอร่อยจนหยุดไม่ได้
3.กาแฟทุเรียน มีส่วนผสมของผลไม้ที่มีกลิ่นแรง โดยเฉพาะ เฟรปเป้ทุเรียนนี่แหละ จะช่วยให้คุณตาสว่างแน่นอน
4.พิซซ่าทุเรียน รสชาติที่เกิดการผสมของทุเรียนกับชีสที่อร่อยมากเชนกัน
ส้มตำทุเรียน ที่มีรสสัมผัสของทุเรียนที่นิ่มหรือความกรอบ จะสร้างความชื่นชอบให้แก่คนที่ชอบส้มตำแน่นอน
5.ทุเรียนกวน จะมีรสชาติที่เข้มข้นและรสสัมผัสที่หนึบหนับ
6.ทุเรียนเชื่อม มีรสหวานเจี๊ยบ คล้ายกับลูกเกาลัดฉาบน้ำตาลและมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของทุเรียน

คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับคนที่ชื่นชอบทุเรียนคือ เป็นผลไม้ที่ให้พลังงานสูง จึงไม่ควรรับประทานเยอะต่อวัน และไม่ควรรับประทานติดกันหลายวัน ในเนื้อทุเรียน 100 กรัม ให้พลังงาน 124 กิโลแคลอรี และให้แร่ธาตุหลายชนิด โดย “กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข” แนะนำว่าไม่ควรรับประทานทุเรียนเกินวันละ 2 เม็ด ส่วนคนมีโรคประจำตัวเป็นเบาหวาน ความดัน โรคไต ควรลดปริมาณลง และระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะมีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดเมื่อรับประทานทุเรียนแล้วควรออกกำลังกายเป็นประจำ ลดการสะสมพลังงานส่วนเกินและเพื่อสุขภาพที่ดี

เพื่อนๆ ได้เห็นเมนูจากทุเรียนแล้วสนใจอยากกินเมนูทุเรียนชนิดไหนบ้าง บอกเลยแต่ละเมนูมีความน่าสนใจแตกต่างกันไป กินแล้วก็อย่าลืมนำข้อแนะนำของกรมอนามัยด้วยล่ะ เพราะหากกินไม่ระวังโทษก็มีเยอะอยู่เหมือนกัน ทางที่ดีกินตามคำแนะนำของกรมอนามัยเป็นดีที่สุด เพื่อนๆ จะได้รับประทานทุเรียนอย่างสบายใจ

ขอบคุณข้อมูลจาก : Michelin Guide Thailand Mthai และ ไทยรัฐ

- Advertisment -

นิวยอร์กพิซซ่า 1 แถม 1 เลือกแถมได้

The Pizza Company จัดโปรโมชั่นนิวยอร์กพิซซ่า...
spot_img

ชวนมิตรรู้ทัน โควิค-19