Sunday, September 26, 2021
Advertising call 02-033-8900 ext. 8819spot_img

จาก “ขยะกำพร้า” ที่ใครๆ ก็ไม่อยากได้…สู่ “พลังงานไฟฟ้า”

การระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ได้ส่งผลให้วิถีชีวิตของผู้บริโภคมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป คือ หันมาใช้บริการเดลิเวอรี่กันมากขึ้น โดยเฉพาะการเดลิเวอรี่ในรูปแบบการซื้อสินค้าอุปโภคและบริโภคผ่านช่องทางออนไลน์ จนนำมาซึ่งขยะประเภทใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง (Single-Use) พูดกันให้เห็นภาพชัดขึ้นนั่นก็คือ มีกลุ่มขยะประเภท ช้อน ส้อม ถุงพลาสติก กล่องโฟม กล่องพัสดุ รวมไปถึงขยะติดเชื้ออย่างหน้ากากอนามัย

จากความสิ้นเปลืองของทรัพยากรที่เกิดขึ้นดังกล่าว เริ่มทำให้ประเทศไทยเริ่มมีปัญหาผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมตามมา จนทำให้เหล่าบรรดานักวิชาการมีบัญญัติคำศัพท์ใหม่เกี่ยวกับขยะที่ไม่มีใครรับรีไซเคิลเหล่านี้ว่า “ขยะกำพร้า” ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้บริโภคยุคใหม่จำเป็นต้องร่วมกันแก้ปัญหา

ปัจจุบันหลายฝ่ายเริ่มมีการมองหาวิธีการนำ “ขยะกำพร้า” กลับมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุดเพื่อไม่ให้มีขยะชิ้นไหนถูกทิ้งจนกลายเป็นขยะกำพร้าแบบที่เป็นปัญหาอยู่ตอนนี้ และเพื่อให้เพื่อนๆ รู้จัก “ขยะกำพร้า” กันมาขึ้น วันนี้ สามย่านมิตรทาวน์ มีข้อมูลจาก สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA มาเล่าให้ฟัง นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับการขยะเป็นพลังงาน ส่วนจะมีรายละเอียดและข้อมูลอะไรบ้างไปดูกันเลย

ขยะกำพร้า คืออะไร? ทำไมใครๆ ก็ไม่รัก
ขยะกำพร้า คือ ขยะมูลฝอยที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการ “จัดการขยะในขั้นตอนกลางทาง” หรือขั้นตอนการจัดเก็บ รวบรวม คัดแยก ปรับปรุงสภาพ ให้มีคุณลักษณะเหมาะสมต่อการจัดการ เช่นเดียวกับขยะพลาสติกทั่วไป เนื่องจากขยะกำพร้าประกอบด้วย วัสดุที่ไม่เป็นที่ต้องการของตลาดรับซื้อ เพราะส่วนใหญ่ไม่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ หรือนำไปรีไซเคิลแล้วไม่คุ้มค่าแก่การลงทุน หรือไม่สะอาด มีการปนเปื้อน ไม่เป็นที่ต้องการของทั้งภาคธุรกิจและภาคที่เกี่ยวข้องกับการกำจัดขยะ จึงทำให้เราสามารถพบเห็นขยะเหล่านี้ได้ตามริมทาง ในที่รกร้าง หรือแม้กระทั่งริมทะเล เพราะขยะเหล่านี้ถูกมองว่าไม่มีคุณค่า จึงไม่มีใครรับไปจัดการ เพราะฉะนั้นผู้บริโภคจึงมีส่วนสำคัญในการทำให้ขยะเหล่านี้ถูกนำไปจัดการต่อได้ โดยการพิจารณาแยกขยะอย่างรอบคอบยิ่งขึ้น เพื่อไม่ให้ขยะเหล่านี้ถูกปล่อยทิ้งเป็นที่ไม่ต้องการของใคร

ทำไมใครๆ ก็ไม่อยากรับอุปถัมภ์ขยะกำพร้า
ก่อนที่จะมาเป็นขยะกำพร้า สิ่งเหล่านี้เคยเป็นของที่มีค่าแค่เพียงพริบตาเดียวหรือใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง (Single-Use) เช่น กล่องโฟมใส่อาหาร ช้อนส้อมพลาสติก ถุงแกง ซองขนม ซึ่งเมื่อสิ่งเหล่านี้หมดประโยชน์จากการใช้งานไปแล้ว ก็กลายเป็นขยะประเภทที่คนส่วนใหญ่ไม่สนใจ ซาเล้งไม่รับซื้อ เนื่องจากขยะเหล่านี้ไม่มีราคา นำไปรีไซเคิลไม่ได้ และไม่รู้วิธีกำจัดต่ออย่างไร

ขณะเดียวกัน ขยะกำพร้ายังกลายเป็นขยะที่ทำให้ผู้คนรู้สึกตะขิดตะขวงใจถึงอันตราย โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่คนทั่วไป ซาเล้ง คนเก็บขยะ ตลอดจนโรงงานแปรรูปขยะต่างก็มีความกังวลต่อการสัมผัสขยะที่อาจปนเปื้อนเชื้อโรคมากขึ้น ทำให้ขยะเหล่านี้ไม่ถูกนำไปเข้ากระบวนการจัดการกลางทางและปลายทาง สุดท้ายจึงกลายเป็นภาพชินตาที่เราได้เห็นปลายทางของขยะเหล่านี้ถูกกำจัดด้วยวิธีการเผา ฝังกลบ หรือโยนลงคลอง ซึ่งวิธีการเหล่านี้เป็นวิธีการที่นอกจากจะไม่ทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามมาด้วย

ผู้บริโภคจะรับมือกับ “ขยะกำพร้า” อย่างไร?
เนื่องจาก “ขยะกำพร้า” ก็คือขยะมูลฝอยชนิดหนึ่ง ที่เรามีวิธีจัดการกับมันอยู่แล้ว แต่ขยะกำพร้าที่เกิดขึ้นจำนวนมากในช่วงนี้ จำเป็นต้องได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบยิ่งขึ้นตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งการแก้ปัญหาของยขยะกำพร้าที่ดี คือ การไม่สร้างขยะตั้งแต่ต้นทาง ด้วยการปฏิเสธไม่รับช้อน ส้อม ถุงพลาสติก เมื่อสั่งซื้อสินค้า ซึ่งวิธีดังกล่าวถือเป็นวิธีการที่สามารถทำได้ง่าย และมีประสิทธิภาพที่สุดในการจัดการปัญหาขยะ

นอกจากนี้ เพื่อให้ขยะเหล่านี้ถูกนำไปทิ้งในหลุมฝังกลบขยะให้น้อยที่สุด การคัดแยกเพื่อทำให้เกิดการนำขยะกลับไปใช้ประโยชน์หรือแปรรูปกลับมาใช้ใหม่ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สำคัญที่พวกเราสามารถทำได้ เพียงแค่คัดแยกขยะกำพร้าที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ เพื่อนำกลับไปใช้ประโยชน์ ส่วนขยะที่รีไซเคิลไม่ได้ หากได้รับการคัดแยกอย่างถูกต้องก็สามารถนำไปสู่กระบวนการขนส่งขยะ เพื่อแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงพลังงานได้เช่นกัน

อุปถัมภ์ “ขยะกำพร้า” ด้วยโซลูชั่นการแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้า
ถึงแม้การคัดแยกขยะกำพร้าจะต้องลงเอยในเส้นทางของประเภทขยะที่รีไซเคิลไม่ได้ แต่ไม่ได้แปลว่าขยะที่เข้าสู่เส้นทางนี้จะต้องถูกทิ้งไปและไม่ได้นำกลับมาใช้ประโยชน์อีก เพราะปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่สามารถแปรสภาพสิ่งที่แทบจะไม่มีมูลค่าแล้ว ให้กลับมาใช้ประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มได้ นั่นก็คือ “เทคโนโลยีการแปรรูปขยะเป็นพลังงานไฟฟ้า”

อย่างไรก็ตาม การนำขยะเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้า จำเป็นต้องผ่านขั้นตอนการจัดการอย่างถูกต้องมาตั้งแต่ต้นทางและกลางทาง เพื่อให้แน่ใจว่าขยะที่ผ่านการคัดแยกเหล่านี้จะสามารถเข้าสู่การเผาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ดังนั้น “ขยะกำพร้า” ที่ผ่านกระบวนการจัดการอย่างถูกต้องก็สามารถนำไปแปรรูปเป็นเชื้อเพลิง ที่ใช้ผลิตพลังงานไฟฟ้า หรือเป็นพลังงานทดแทนได้

แต่ถึงแม้การเผาขยะจะสามารถให้พลังงานได้ แต่พลังงานไฟฟ้าจากขยะก็เป็นเพียง “ผลพลอยได้” จากการกำจัดขยะเท่านั้น และวิธีนี้นับว่าก่อให้เกิดมูลค่าด้านเศรษฐกิจน้อยกว่าการนำไปรีไซเคิล ดังนั้น เพื่อให้เกิดมูลค่าเชิงเศรษฐกิจ และประโยชน์ในการจัดการทรัพยากรที่ดีกว่า จึงควรใส่ใจลดจำนวนขยะตั้งแต่ต้นทางหรือจัดการขยะให้ถูกวิธี เพราะวิธีดังกล่าวสามารถปูทางไปสู่การจัดการขยะได้แบบยั่งยืน

ขอบคุณข้อมูลจาก : สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA

- Advertisment -

เซ็ตปิ้งย่างความสุข เพียง 199 บาท

บาร์บีคิวพลาซ่า จัดโปรโมชั่นเซ็ตปิ้งย่างความสุข ราคาสุดคุ้มเพียง 199...

กินยาแก้ปวดประจำเดือน อยู่สามารถฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้!

ชาวมิตรคนไหนที่กำลังจะไปฉีดวัคซีนโควิด-19 และมีข้อสงสัยว่า เป็นประจำเดือน มีอาการปวดท้อง...
spot_img

ชวนมิตรรู้ทัน โควิค-19