Saturday, September 18, 2021
Advertising call 02-033-8900 ext. 8819spot_img

ทำความรู้จักวัคซีนโควิด-19 ของคนไทย “ChulaCov19”

ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน ประเทศไทยได้ดีเดย์การฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้แก่กลุ่มผู้สูงอายุ และผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรังที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่น “หมอพร้อม” โดยเป็นการฉีดด้วยวัคซีน ซิโนแวค และวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ขณะที่พื้นที่ใน กทม. ก็เร่งการปูพรมวัคซีนควบคู่กันไปให้กับผู้ที่ลงทะเบียนไว้ในโครงการ “ไทยร่วมใจ” ซึ่งนอกจากวัคซีนของ 2 บริษัทที่ได้ฉีดให้แก่คนในประเทศแล้ว ภาครัฐยังมีแผนเตรียมนำเข้าวัคซีนทางเลือกอีกหลายรายการ เพื่อให้ฉีดให้ครอบคลุมคนในประเทศมากที่สุด

เรื่องวัคซีนถือว่ามีความสำคัญและอยู่ใกล้ตัวของทุกคนเป็นอย่างมาก “สามย่านมิตรทาวน์” เลยอยากเชิญชวนทุกคนมาทำความรู้จัก เรียนรู้ และทำความเข้าใจกับการผลิตวัคซีนโควิด -19 ไปพร้อมกัน เพราะนอกจากวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าที่ผลิตในไทยแล้ว ในปัจจุบันก็มีหลายงานวิจัยวัคซีนโควิด-19 ของนักวิจัยไทยที่อยู่ระหว่างการพัฒนา

ล่าสุดมีความคืบหน้าครั้งใหญ่กับ การพัฒนาวัคซีน “ChulaCov19” ของ ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ได้รับการยกย่องผ่านเว็บไซต์วารสารวิทยาศาสตร์ชื่อดังของโลก www.nature.com ว่า สามารถพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ด้วยเทคโนโลยี mRNA ที่มีคุณภาพระดับโลก เทียบเท่ากับ วัคซีนของ Pfizer-Moderna เพื่อนำมาให้คนไทยและประเทศเพื่อนบ้านได้ ซึ่งมีราคาที่ถูกกว่ามากด้วย

ส่วนคุณสมบัติที่โดดเด่นของ “วัคซีน ChulaCov19” จะเป็นอย่างไรมาดูกัน
“ChulaCov19” ใช้เทคโนโลยีการผลิต mRNA เช่นเดียวกับ Pfizer และ Moderna ซึ่งเป็นวัคซีนที่ต่อยอดขึ้นมาเพื่อรับมือกับไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์แอฟริกา (B.1.351) และ สายพันธุ์อังกฤษ (B.1.1.7) รวมถึงยังอาจพัฒนาให้รับมือกับสายพันธุ์อินเดีย (B.1.617) ได้อีกด้วย

ขั้นตอนการผลิตโดยสร้างชิ้นส่วนขนาดจิ๋วจากสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสโคโรนา (โดยไม่มีการใช้ตัวเชื้อ) ซึ่งเมื่อร่างกายได้รับชิ้นส่วนของสารพันธุกรรมขนาดจิ๋วนี้ จะสร้างเป็นโปรตีนที่เป็นส่วนปุ่มหนามของไวรัสขึ้น (spike protein) และกระตุ้นให้เกิดการสร้างภูมิคุ้มกันไวเตรียมต่อสู้กับไวรัสเมื่อไปสัมผัสเชื้อ เมื่อวัคซีน mRNA ทำหน้าที่ให้ร่างกายสร้างโปรตีนเรียบร้อยแล้ว ภายในไม่กี่วัน mRNA นี้จะถูกสลายไปโดยไม่มีการสะสมในร่างกาย

วัคซีน ChulaCov19 ป้องกันโรคโควิด-19 และลดจำนวนเชื้อได้อย่างมากมายในหนูทดลอง ผลการทดลองล่าสุด (ข้อมูลเดือนกุมภาพันธ์) โดยเมื่อได้รับการฉีดวัคซีน ChulaCov19 ครบสองเข็ม ห่างกันสามสัปดาห์ ดังนั้นเมื่อหนูทดลองได้รับเชื้อโคโรนาไวรัสเข้าทางจมูก สามารถป้องกันหนูทดลองไม่ให้ป่วยเป็นโรคและยับยั้งไม่ให้เชื้อไวรัสเข้าสู่กระแสเลือด รวมทั้งลดจำนวนเชื้อในจมูกและในปอดลงไปอย่างน้อย 10 ล้านเท่า ส่วนหนูที่ไม่ได้รับวัคซีนจะเกิดอาการแบบโควิด-19 ภายใน 3 -5 วันและทุกตัวมีเชื้อสูงในกระแสเลือดในจมูกและปอด

วัคซีน ChulaCov19 สามารถเก็บในอุณหภูมิตู้เย็นปกติคือ 2-8 องศาเซลเซียส ได้อย่างน้อย 1 เดือนและกำลังรอผลวิจัยที่ 3 เดือน ดังนั้นการขนส่งกระจายวัคซีนไปยังต่างจังหวัดทั่วประเทศทำได้อย่างสะดวก

ทีมกำลังเตรียมพัฒนารุ่น 2 เพื่อทดสอบในหนูทดลองเพื่อรองรับเชื้อดื้อวัคซีนในอนาคต เพราะมีเชื้อโคโรนาสายพันธุ์ใหม่กำลังระบาดในหลายประเทศและบางสายพันธุ์เริ่มดื้อต่อวัคซีนในปัจจุบัน แต่เทคโนโลยีวัคซีน mRNA มีจุดเด่นที่สามารถออกแบบวัคซีนรุ่นสองเพื่อตอบโต้เชื้อที่ดื้อวัคซีนได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในการพัฒนา ChulaCov19 ทั้งในด้านของการคิดค้นออกแบบและพัฒนา คือ ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม ผู้อำนวยการบริหารโครงการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหวิทยาลัย และ Prof.Drew Weissman จากมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย ซึ่งก่อนหน้านี้ คุณหมอ Drew ได้ถูกเชิญมาร่วมออกงานฟอรัมประจำปีของจุฬาฯ และเริ่มทำงานร่วมกันมาตั้งแต่ปี 2560 ในการพัฒนาวัคซีนชนิด mRNA สำหรับโรคภูมิแพ้ และเมื่อเกิดโรคระบาดโควิด- 19 ทำให้ทีมงานของคุณหมอเกียรติ ต้องปรับแผนหันมาพัฒนาวัคซีน mRNA สำหรับโควิด-19 แทน

ปัจจุบันการพัฒนา ChulaCov19 มีความคืบหน้าอย่างมาก และกำลังเริ่มทดสอบเฟสแรกในมนุษย์ช่วงเดือนมิถุนายน 2564 นี้ โดยอาสาสมัครจำนวน 100 คน เพื่อหาจำนวนโดสที่เหมาะสมในการสร้างภูมิคุ้มกัน ซึ่งจะใช้บริษัทในสหรัฐอเมริกาเป็นผู้ผลิตวัคซีนทดลองล๊อตแรกนี้ และเดือนกันยายนนี้ก็จะเริ่มผลิตในประเทศไทยเองโดยบริษัท BioNet-Asia

ในส่วนของการทดสอบความสามารถของวัคซีน ChulaCov19 จะมีการนำไปเปรียบเทียบกับตัวอย่างเลือดจากผู้ที่ฉีดวัคซีน Pfizer ในต่างประเทศ รวมถึงจากผู้ได้รับวัคซีน AstraZeneca และ Sinovac ในไทย หากผลการทดสอบพบว่าภูมิคุ้มกันของผู้ที่ได้รับวัคซีน ChulaCov19 เทียบเท่าหรือดีกว่าภูมิคุ้มกันของผู้ที่ได้รับวัคซีน Pfizer และ AstraZeneca ก็น่าจะขออนุมัติเป็นการพิเศษเพื่อให้วัคซีนถูกนำมาใช้ในประเทศโดยเร่งด่วนได้

มาถึงตอนนี้เชื่อว่าหลายคน อาจจะมีข้อสงสัยกับเทคโนโลยีในการผลิตวัคซีน mRNA ว่าคืออะไร สามย่านมิตรทาวน์ เลยอยากขอขยายความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีการผลิตวัคซีนโควิด -19 จาก “ศ.ดร.นพ.วิปร วิประกษิต ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านชีวเวชศาสตร์ระดับโมเลกุล (molecular medicine) คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2564” มาเล่าให้เพื่อนๆ ฟัง ดังนี้

1.เทคโนโลยี mRNA ที่นำสารพันธุกรรม RNA ที่สร้างโปรตีนเอสของไวรัสมาทำวัคซีน โดยปกติสารพันธุกรรมไวรัสจะมีเปลือกหุ้ม หากไม่มีเปลือกหุ้มจะไม่เสถียรและไม่สามารถกระตุ้นภูมิต้านทานได้ จึงนำไขมันระดับนาโนมาหุ้ม แต่การเก็บรักษาวัคซีนขนิดนี้ต้องใช้อุณหภูมิต่ำมากคือ ลบ 80 องศาเซลเซียส ซึ่งมีบริษัท Pfizer และ Moderna ใช้เทคโนโลยีนี้ในการผลิต

2.เทคโนโลยีไวรัลเวคเตอร์ เป็นการประดิษฐ์สารพันธุกรรม DNA เพื่อสร้างโปรตีนเอสของไวรัสโควิด และหุ้มด้วยเปลือกจากไวรัสอีกตัวเพื่อนำเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งการใช้เปลือกไวรัสหุ้มสารพันธุกรรมทำให้สามารถจัดเก็บในอุณหภูมิประมาณ 4 องศาเซลเซียสได้ เทคโนโลยีนี้มีบริษัท แอสตราเซนเนกา และสปุตนิกของรัสเซียที่ใช้ในการผลิตวัคซีน

3.เทคโนโลยีเชื้อตาย ทำได้จากการนำเชื้อไวรัสจริงๆ มาเพาะเลี้ยงให้มีจำนวนมากขึ้น และใส่สารบางอย่างให้เชื้อตาย ไม่มีคุณสมบัติก่อโรคได้อีก นำมาทำวัคซีนโดยเติมสารกระตุ้นภูมิต้านทาน ซึ่งเทคโนโลยีนี้มีใช้มานานทั้งวัคซีนพิษสุนัขบ้า โปลิโอ และตับอักเสบ โดยการผลิตวัคซีนด้วยเทคโนโลยีนี้มีของ บริษัท ซิโนแวค และซิโนฟาร์ม จากประเทศจีน

ดังนั้น เทคโนโลยีใหม่ mRNA ของ “ChulaCov19” หากสามารถผลิตได้อย่างทางการและนำมาใช้ได้ตามกำหนดคือเดือนกันยายน 2564 ถือเป็นข่าวดีครั้งใหญ่ของประเทศไทยที่พัฒนาวัคซีนได้เอง และยังสามารถพัฒนาต่อยอดเพื่อใช้ต่อต้านสำหรับเชื้อไวรัสที่มีการกลายพันธุ์ในอนาคตได้ด้วย อย่างไรก็ดี “สามย่านมิตรทาวน์” ขอร่วมส่งกำลังใจให้การผลิตวัคซีน “ChulaCov19” สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี เช่นเดียวกับทีมวิจัยอื่นๆ ที่กำลังพัฒนาวัคซีนในประเทศไทย เพื่อความหวังใหม่ครั้งสำคัญของคนในประเทศไทยและโลกใบนี้

ขอบคุณข้อมูลจาก : เฟซบุ๊ค นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโพสต์ทูเดย์

- Advertisment -

เมนูใหม่ ‘สตาร์บัคส์’ เอาใจคนรักสุขภาพ

สตาร์บัคส์ ขอแนะนำเมนูใหม่ของผู้ใส่ใจสุขภาพกับ อัลมอนด์มิลค์ ฮันนี่...

เพราะเหตุใด? จึงต้องมี ‘วันโอโซนโลก’ ให้ทุกคนตระหนักถึง

วันโอโซนโลก ถือเป็นวันสำคัญที่ถูกกำหนดขึ้นมา เพื่อให้ทั่วโลกได้ตระหนักถึงความสำคัญของ “โอโซน”...
spot_img

ชวนมิตรรู้ทัน โควิค-19