Saturday, September 18, 2021
Advertising call 02-033-8900 ext. 8819spot_img

ทำไม? หลายองค์กร นิยมจ้างงานในรูปแบบ ‘เอาท์ซอร์ส’

การแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ที่เกิดขึ้นในระลอกที่ 3 นี้ ถือเป็นเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดแรงงานค่อนข้างรุนแรง เนื่องจากมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นและการแพร่ระบาดในระลอกนี้มีการกระจายเป็นวงกว้างเมื่อเทียบกับ 2 ระลอกที่ผ่านมา ส่งผลให้แต่ละองค์กรต้องปรับรูปแบบการทำงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากมาวิเคราะห์เจาะลึกไปถึงรูปแบบการจ้างงานในขณะนี้ จะพบกว่าแนวโน้มการจ้างการของนายจ้างมีการหันมาใช้การจ้างงานในรูปแบบเอาท์ซอร์ส (Outsource) เพิ่มมากขึ้น

จากข้อมูลของ แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นดังกล่าวมีสาเหตุหลายประการด้วยกัน เริ่มจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในรอบใหม่ ตามด้วยแรงงงานต่างด้าวกลับประเทศ และข้อจำกัดทางด้านงบประมาณ

สาเหตุดังกล่าว ทำให้นายจ้างเลือกใช้ “แรงงานคนไทย” ในรูปแบบเอาท์ซอร์ส (Outsource) มากขึ้น เพื่อบริหารจัดการต้นทุน โดยเริ่มจาก การทดลองว่าจ้างพนักงานเป็นจ้างระยะเวลาสั้นๆ โดยระยะเวลาในการจ้างจะมีระยะเวลาสั้นลง คือจากเดิมจ้าง 1 ปี ลดลงเหลือ 3-4 เดือน ตามความต้องการของลูกค้าที่อาจยังไม่มาก ซึ่งการจ้างงานดังกล่าวก็เพื่อรองรับกำลังการผลิตสำหรับความต้องการและกำลังซื้อที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง 2564 หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ

อย่างไรก็ดี การจ้างงานในรูปแบบเอาท์ซอร์ส (Outsource) นายจ้างสามารถเปลี่ยนจากพนักงานสัญญาจ้างมาเป็นพนักงานประจำได้ หากธุรกิจมีการปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวถือเป็นการแปรผันตามทิศทางเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ หลังจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่เริ่มมีการแพร่หลาย ส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นและความปลอดภัยในการใช้ชีวิตที่มีมากขึ้น

สำหรับธุรกิจที่คาดว่าจะมีสัญญาณบวกในครึ่งปีหลัง คือ ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจร้านอาหาร และธุรกิจบริการต่างๆ ซึ่งทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของการฉีดวัคซีนที่วางไว้ว่าครอบคลุมมากน้อยแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นของประเทศไทยหรือในต่างประเทศ หากทุกอย่างเป็นไปตามแผนก็น่าจะเห็นสัญญาณของการเดินทางกลับมาของนักท่องเที่ยวประเทศในช่วงปลายปีนี้อีกครั้ง

ถึงแม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19 ตอนนี้จะยังน่าเป็นห่วง แต่ภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ และแรงงาน ยังคงต้องเตรียมการผลิตสินค้าที่จะนำมาจำหน่ายในช่วงปลายปี เพื่อป้อนให้กับตลาดที่มีกำลังการสั่งซื้อสินค้าจำนวนมากในช่วงสองไตรมาสสุดท้ายของปี เพราะสิ่งดังกล่าวจะเป็นปัจจัยหนุนอย่างดีในการส่งเสริมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและการจ้างงานในรูปแบบการทำงานแบบ New Normal

ยิ่งไปกว่านั้น แรงงานและผู้ประกอบธุรกิจควรเสริมภูมิคุ้มกันให้กับตัวเองและองค์กร ด้วย การสร้างทักษะใหม่ที่จำเป็นในการทำงานที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการได้ (Reskill) และการพัฒนายกระดับทักษะ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงและการเติบโตต่อไป (Upskill) ซึ่งปัจจัยดังกล่าวถือเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการก้าวสู่ยุคความปกติถัดไป (Next Normal)

- Advertisment -

เมนูใหม่ ‘สตาร์บัคส์’ เอาใจคนรักสุขภาพ

สตาร์บัคส์ ขอแนะนำเมนูใหม่ของผู้ใส่ใจสุขภาพกับ อัลมอนด์มิลค์ ฮันนี่...
spot_img

ชวนมิตรรู้ทัน โควิค-19