Saturday, June 19, 2021
Advertising call 02-033-8900 ext. 8819spot_img

ไม่อยากเป็นภูมิแพ้ มาทำความรู้จักกับ “วัคซีนภูมิแพ้”

ถ้าพูดถึงการฉีดวัคซีนตอนนี้ คงมีวัคซีนที่เป็นประเด็นร้อนแรง และพูดถึงกันทั้งประเทศ เท่ากับวัคซีนป้องกันโควิด-19 แต่ในความเป็นจริงแล้ว ชีวิตของคนๆ หนึ่งที่เกิดมา ได้รับวัคซีนมากมายนับตั้งแต่เกิดจนโต เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง และสามารถสร้างภูมิคุ้มกันต่อสู้กับโรคร้ายต่างๆ โดยเฉพาะในช่วงวัยทารก เราได้รับวัคซีนกันสารพัด เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายอ่อนแอยังไม่มีภูมิคุ้มกันเพื่อต่อสู้กับโรคร้ายที่อยู่บนโลกนี้ได้

แม้ว่าเราจะเติบโตขึ้น ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้เพิ่มขึ้น แต่เชื้อโรคต่างๆ ก็มีการพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา ทำให้เรายังคงต้องได้รับการฉีดวัคซีนเป็นระยะๆ ซึ่งบางโรคก็มักจะมาเป็นฤดูกาล ดังนั้น เราจึงต้องฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคภัยไข้เจ็บเหล่านั้น อย่างเช่น โรคไข้หวัดใหญ่ ที่มักแพร่ระบาดเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน เป็นต้น

ปัจจุบัน การฉีดวัคซีน ไม่ได้จำกัดอยู่แต่เฉพาะกลุ่มโรคติดต่อ หรือโรคระบาดเท่านั้น การพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านการแพทย์ ยังมีการคิดค้นวัคซีนในกลุ่มโรคอื่นๆ เพิ่มขึ้นมาด้วย อย่างเช่น โรคภูมิแพ้ ซึ่งไม่ถือว่าเป็นโรคติดต่อ แต่เป็นโรคที่เกิดจากภาวะร่างกาย มีภูมิไวเกิน (Hypersensitivity) ทำให้มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสารที่พบได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน เช่น อาหาร ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ ซึ่งคนทั่วไปจะไม่มีปฏิกิริยาต่อสิ่งเหล่านี้ อาการของโรคอาจเกิดขึ้นกับระบบใดระบบหนึ่งของร่างกาย หรือเกิดขึ้นพร้อมกันหลายระบบ มักจะเป็นเรื้อรัง ความรุนแรงก็มีตั้งแต่รบกวนชีวิตประจำวันเล็กน้อย ไปจนถึงขั้นที่เป็นอันตรายถึงชีวิตก็มี

สำหรับคนที่เป็นโรคภูมิแพ้แล้ว การมีวัคซีนภูมิแพ้จึงถือว่าเป็นข่าวดี เพราะวัคซีนจะช่วยลดอาการที่เป็นลงได้ ทำให้ไม่ต้องกินยาไปตลอด และมีโอกาสที่จะหายขาดเป็นปกติได้อีกด้วย วันนี้ สามย่านมิตรทาวน์ มีบทความดีดีจาก พญ.สิริรักษ์ กาญจนธีระพงค์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยา โรงพยาบาลนวเวช มาให้ความรู้เกี่ยวกับวัคซีนภูมิแพ้ว่าคืออะไร และจะช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างไรได้บ้าง

วัคซีนภูมิแพ้คืออะไร
วัคซีนภูมิแพ้ (Allergen Immunotherapy) คือการใช้สารสกัดจากสารก่อภูมิแพ้ที่แพ้มาให้กลับเข้าสู่ร่างกายเพิ่มขึ้นทีละน้อย ๆ เพื่อให้ร่างกายสามารถสร้างภูมิต้านทานขึ้นมาใหม่ต่อสิ่งที่แพ้ แต่วัคซีนภูมิแพ้นั้นไม่เหมือนกับวัคซีนที่เราฉีดในวัยเด็ก เพราะวัคซีนที่ฉีดในวัยเด็ก ฉีดเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันโรค เช่น วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ วัคซีนป้องกันบาดทะยัก ไอกรน คอตีบ ส่วนวัคซีนภูมิแพ้ไม่ได้ฉีดเพื่อป้องกันโรค แต่ฉีดเพื่อรักษาโรคภูมิแพ้

วัคซีนภูมิแพ้เหมาะกับใคร
วัคซีนภูมิแพ้เหมาะกับโรคโพรงจมูกและเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic Rhinoconjunctivitis) โรคหอบหืดจากภูมิแพ้ (Allergic asthma) โรคผื่นผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ (Atopic Dermatitis) ที่ใช้ยารักษาอาการหลายชนิดแล้วไม่ดีขึ้น ไม่อยากกินยาหรือมีอาการข้างเคียงจากการใช้ยา

วัคซีนภูมิแพ้มีวิธีรักษากี่แบบ
การให้วัคซีนมี 2 รูปแบบ คือ ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง (Subcutaneous) และอมใต้ลิ้น (Sublingual) โดยจะต้องทราบสาเหตุการแพ้อย่างเฉพาะเจาะจงในผู้ป่วยแต่ล่ะคนก่อน ด้วยการตรวจวิธี SPT หรือ Blood Test for Specific IgE เพื่อพิจารณาเลือกการรักษา ใช้สารสกัดจากสารก่อภูมิแพ้ได้ตรงกับสาเหตุ หลังจากนั้นเลือกวิธีการ รูปแบบการรักษาที่เหมาะสมแก่ผู้ป่วย โดยพิจารณาตามสาเหตุที่แพ้ ช่วงอายุ และความเหมาะสม เช่น ชนิดอมใต้ลิ้นใช้ได้ในผู้ป่วยแพ้ไรฝุ่นที่มีอายุ 12 ปี ขึ้นไป เนื่องจากต้องอาศัยความร่วมมือค่อนข้างมาก

สำหรับวัคซีนชนิดฉีดเข้าใต้ผิวหนังนั้น ในช่วงแรก (Induction Phase) ฉีด 1 ครั้ง/สัปดาห์ เป็นอย่างน้อยแล้วค่อย ๆ เพิ่มปริมาณวัคซีนทีละน้อย จนกระทั่งได้ระดับสูงสุดที่ผู้ป่วยรับได้ อาจใช้ระยะเวลาประมาณ 2-3 เดือน แล้วแต่คน ช่วงถัดไป (Maintenance Phase) ฉีดให้ห่างขึ้นได้เดือนละ 1 ครั้ง เพื่อกระตุ้นให้สร้างภูมิใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง และใช้ต่อเนื่องนาน 3-5 ปี เพื่อประสิทธิภาพดีที่สุด

ประโยชน์ของวัคซีนภูมิแพ้
เป็นการรักษาที่ตรงจุด แก้ที่กลไกของโรคโดยตรง นอกจากนี้ ยังทำให้ผู้ป่วยตอบสนองต่อวัคซีนและฉีดวัคซีนได้อย่างสม่ำเสมอ ช่วยทำให้อาการภูมิแพ้ดีขึ้น ลดการกินยา ใช้ยาได้ ช่วยป้องกันผู้ป่วยจมูกอักเสบที่เกิดจากภูมิแพ้ ช่วยป้องกันไม่ให้โรคดำเนินต่อเป็นโรคหืด และป้องกันการแพ้สารใหม่เพิ่มเติมในอนาคต

วัคซีนฉีดเข้าใต้ผิวหนัง หลังจากหยุดฉีด อาการจะเป็นอย่างไร
มีข้อมูลว่าหากหยุดฉีดหลังจากที่ฉีดครบ 3-5 ปีแล้ว ผู้ป่วยส่วนใหญ่อาการภูมิแพ้ยังดีต่อไปได้อีกหลายปี วัคซีนภูมิแพ้จึงนับว่าเป็นการรักษาเดียวในปัจจุบัน ที่มีแนวโน้มจะทำให้ตัวโรคภูมิแพ้หายขาดหรือดีขึ้นจากเดิม

ข้อควรทราบเมื่อจะฉีดวัคซีนภูมิแพ้
การฉีดสารก่อภูมิแพ้ที่แพ้เข้าไปทีละน้อย แม้จะเจือจางน้ำยาแล้ว บางรายที่มีความไวต่อสิ่งกระตุ้น อาจมีอาการแพ้วัคซีนได้ ดังนั้น ทุกครั้งที่ฉีด แพทย์จึงให้สังเกตอาการในโรงพยาบาลอย่างน้อย 30 นาที งดการออกกำลังกายหลังฉีดในวันนั้น สำหรับผู้ป่วยโพรงจมูกอักเสบจากภูมิแพ้บางคนมีภาวะเยื่อบุโพรงจมูกไวร่วมด้วย ซึ่งผู้ป่วยกลุ่มนี้อาจมีอาการคัดจมูกเวลาอากาศเปลี่ยน และอาจจะมีอาการหลงเหลืออยู่บ้างแม้ว่าจะได้รับวัคซีนภูมิแพ้แล้วก็ตาม

- Advertisment -

กาแฟวาวีจัดโปรโมชั่น ซื้อ 1 แถม 1

กาแฟวาวี จัดโปรโมชั่นพิเศษ 7 หมวดเมนูเครื่องดื่มแห่งความสุข...

เฮ้าส์ สามย่าน ขยายเวลาปิดให้บริการไปจนถึงวันที่ 30 มิ.ย.นี้

"ฉันใช้ชีวิตในความมืดมานาน จนลืมไปแล้วว่าแสงจันทร์นั้นสวยงามเพียงใด" Corpse Bride, 2005 โรงภาพยนตร์เฮ้าส์...
spot_img

ชวนมิตรรู้ทัน โควิค-19