Wednesday, September 29, 2021
Advertising call 02-033-8900 ext. 8819spot_img

เปิดคำตอบ! บุคคล 2 กลุ่มที่ไม่ควรรับการฉีดวัคซีนโควิด-19

เป็นคำถามที่ชาวมิตร อาจมีข้อสงสัยว่า ทุกคนสามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้หรือไม่? เรื่องนี้ สามย่านมิตรทาวน์ มีคำตอบจากเพจเฟซบุ๊คของ “ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ” หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาฝากทุกคน ซึ่งท่านได้ให้คำอธิบายไว้อย่างชัดเจนหลังจากมีคำถามเข้ามาในเพจจำนวนมากถึงเรื่องนี้ โดยในส่วนของกลุ่มบุคคลที่ไม่ควรเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 จะมีด้วยกัน 2 กลุ่ม คือ

1.ผู้ที่รับวัคซีนแล้วเกิดแพ้วัคซีนอย่างรุนแรงถึงขั้นช็อก (Anaphylaxis) เนื่องจากวัคซีนนี้เป็นวัคซีนใหม่ โดยถ้าให้เข็มแรกแล้วแพ้รุนแรง เข็มสองให้ไม่ได้แน่นอนต้องเปลี่ยนชนิดวัคซีน ผู้ที่รู้ว่าแพ้ส่วนประกอบในวัคซีนก็ไม่สมควรให้ โดยวัคซีนทั้งหลายขณะนี้ไม่มียาปฏิชีวนะ ไม่มีส่วนผสมของไข่ ดังนั้นผู้ที่แพ้ยา อาหาร หรือภูมิแพ้ต่างๆไม่ได้เป็นข้อห้าม แต่ผู้ที่เคยแพ้อย่างรุนแรงหลังฉีดก็เฝ้าดูอาการอาจจะนานกว่าคนธรรมดา

2.ผู้ที่เจ็บป่วย มีไข้ หรือเป็นโรคปัจจุบันที่ต้องการการรักษา ผู้ป่วยวิกฤต ผู้ป่วยที่อยู่ในระยะสุดท้ายของโรคและผู้ป่วยที่รักษาโดยเฉพาะนอนในโรงพยาบาล ก็ให้เลื่อนไปก่อน จนกว่าทุกอย่างอยู่ในสภาพคงที่แล้วและกลับบ้านแล้ว

จะเห็นได้ว่ากลุ่มที่มีข้อห้ามเด็ดขาดน้อยมาก ส่วนผู้ที่มีโรคประจำตัว คุณหมอมีข้อแนะนำว่า ผู้ที่มีโรคประจำตัวและดูแลรักษาอยู่มีภาวะคงที่ ถึงจะกินยาประจำก็สามารถให้วัคซีนได้เช่นเดียวกับการให้วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ถ้าทุกปีเราสามารถให้วัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ก็ไม่ได้มีข้อห้าม โดยมีข้อสังเกตและเตรียมตัวเองก่อน ดังนี้

กลุ่มที่เป็นโรคเบาหวาน ความดัน สามารถฉีดวัคซีนได้ ถ้ารักษาและดูแลอยู่ตลอดอยู่แล้ว แต่หากความดันที่ไม่สามารถควบคุมได้ หรือเบาหวานที่ยังควบคุมไม่ได้มีน้ำตาลสูงมาก ขนาดมีอาการที่ต้องรักษาในโรงพยาบาลก็ให้เลื่อนไปก่อน
โรคประจำตัว โรคพันธุกรรมต่างๆ เช่นธาลัสซีเมีย ไม่ได้เป็นข้อห้าม ยาที่รับประทานประจำก็ให้คงรับประทานยานั้นเหมือนปกติ ไม่มีความจำเป็นต้องงดยาก่อนฉีดวัคซีน
การกินยากดภูมิต้านทาน ก็ไม่ได้เป็นข้อห้าม แต่ให้รู้ว่าถ้าฉีดวัคซีนภูมิต้านทานจะขึ้นได้ไม่ดี ถ้าจะหยุดยาก่อนควรปรึกษาแพทย์เพราะในบางครั้งถ้าหยุดยาแล้วโรคกำเริบก็ไม่ควรหยุด ฉีดไปดีกว่าไม่ฉีดถึงแม้ภูมิจะต่ำก็สามารถไปฉีดเพิ่มทีหลังได้ วัคซีนที่ฉีดทุกตัวเป็นเชื้อตายหรือแบ่งตัวไม่ได้อยู่แล้ว
ผู้ป่วย HIV ก็สามารถฉีดได้ ยกเว้นเสียแต่ว่ากำลังมีอาการหรือ CD4 น้อยกว่า 200 ก็ควรจะรักษาเสียก่อนให้ทุกอย่างดีขึ้นแล้วรีบฉีดวัคซีน


ผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือดก็ให้กินต่อไป แต่หลังฉีดวัคซีนจะต้องกดรอยฉีดให้นาน 5-10 นาทีเพื่อป้องกันเลือดออกง่าย
คนที่ดื่มกาแฟอยู่เป็นประจำทุกวันก็ทานไป ถ้าใครทานนานๆ ครั้งก็ไม่ควรทานกาแฟวันที่ฉีดวัคซีนหรือใครไม่ทานก็ไม่ควรทานวันฉีดวัคซีนเพราะจะทำให้หัวใจเต้นเร็วและบีบเส้นเลือด ความดันจะขึ้นสูง คนที่ทานประจำ ร่างกายปรับตัวได้อยู่แล้ว ถ้าหยุดทานกาแฟจะรู้สึกหงุดหงิดและปวดหัวเอาได้ง่ายๆ ไม่ได้มีข้อบ่งชี้ว่าผู้ที่ทานกาแฟเป็นประจำทุกวันต้องหยุดกาแฟ
ผู้ที่ทานยาบีบเส้นเลือดเช่นยารักษาปวดหัวไมเกรน ถ้าหยุดได้ก็ควรจะต้องหยุด ถ้าปวดหัววันนั้นและหยุดไม่ได้ก็เลื่อนวันฉีดออกไป
ดังนั้นอยากให้ทุกคนคิดว่า ชีวิตทุกคนต้องเดินหน้า การฉีดวัคซีนก็ให้คิดว่าเหมือนอยู่ในภาวะปกติที่เราให้วัคซีนกันในชีวิตประจำวันแล้วทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี

สำหรับเพื่อนๆ ที่มีข้อกังวลจากการได้ยินข่าวอาการข้างเคียงหลังจากฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ก็มีคำแนะนำจาก “สถาบันประสาทวิทยา” คือ
1.อาการที่เกิดขึ้นเป็นอาการทางระบบประสาท เพราะมีอาการชา อ่อนแรง พูดไม่ชัด ตามัว
2.แต่อาการทั้งหมด เป็นความผิดปกติทางระบบประสาท ที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว (Transient Neurological Symptoms) ที่อาจมีความเกี่ยวข้องกับวัคซีน ปัจจุบันอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลกลไกของการเกิดอาการ แต่ตามรายงานขององค์การอนามัยโรค (WHO) อาการเช่นนี้ สามารถเกิดได้กับการฉีดวัคซีนทุกชนิด
3.อาการที่เกิดขึ้น สามารถหายสนิทได้ในระยะเวลา ไม่เกิน 24 ชั่วโมง มีส่วนน้อยที่อาจจะยาวนานถึง 72 ชั่วโมง


4.สำหรับคนที่ฉีดวัคซีนแล้ว ควรนั่งรอสังเกตอาการประมาณ 30-60 นาที ณ สถานที่ฉีด หากไม่มีปัญหาใด สามารถกลับไปสังเกตอาการต่อที่บ้านได้จนครบ 24 ชั่วโมง
5.หากพบว่ามีอาการไม่พึงประสงค์ดังกล่าวเกิดขึ้น ให้กลับไปพบแพทย์ หรือโทรปรึกษาตามหมายเลขโทรศัพท์ในใบนัดหรือใบรับรองวัคซีนของหน่วยงานที่เป็นผู้ให้วัคซีน
6.คนที่ได้รับสิทธิ์ในการฉีดวัคซีนเข็มแรก สามารถฉีดได้ตามคำแนะนำเบื้องต้น ตามกำหนดเดิม
7.คนที่ฉีดเข็มแรก และมีอาการรุนแรง ให้เลื่อนการฉีดเข็มที่ 2 ไปก่อน จนกว่าจะมีข้อมูลชัดเจน
8.คนที่มีอาการแพ้วัคซีนอย่างรุนแรง (anaphylaxis) เหมือนแพ้ยา หรือแพ้อาหาร อาทิ แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ความดันตก ควรเปลี่ยนไปใช้วัคซีนที่มีองค์ประกอบแตกต่างกัน

ทั้งนี้ การฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิค -19 ยังคงได้ประโยชน์มากกว่าผลข้างเคียงที่จะได้รับ เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ ลดโอกาสในการติดเชื้อ ลดความรุนแรงของโรค ลดอัตราการเสียชีวิต ทั้งกับผู้รับวัคซีนโดยตรง และคนที่อยู่ใกล้เรา สามย่านมิตรทาวน์ อยากให้เพื่อนๆ ทุกคนเตรียมตัวเองให้พร้อม เพื่อเข้ารับการฉีดวัคซีน เพราะเราอยากให้ทุกคนแข็งแรงและปลอดภัยไปพร้อมกัน

ขอบคุณข้อมูลจาก : เพจ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันประสาทวิทยา

- Advertisment -

มูจิ จัดโปรหมวดเครื่องแต่งกายลด 70%

มูจิ จัดโปรโมชั่นพิเศษหมวดเครื่องแต่งกาย ลดสูงสุด 70%*...

กินยาแก้ปวดประจำเดือน อยู่สามารถฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้!

ชาวมิตรคนไหนที่กำลังจะไปฉีดวัคซีนโควิด-19 และมีข้อสงสัยว่า เป็นประจำเดือน มีอาการปวดท้อง...
spot_img

ชวนมิตรรู้ทัน โควิค-19