Saturday, June 19, 2021
Advertising call 02-033-8900 ext. 8819spot_img

ไขข้อสงสัย 5 คำถามคาใจ เกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19

ตอนนี้ทางรัฐบาลได้เริ่มเปิดให้คนไทยลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้วตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา การลงทะเบียนสามารถดำเนินการได้ทั้งในส่วนของแอปพลิเคชั่น “หมอพร้อม” หรือจะเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) รวมถึง ยังสามารถลงทะเบียนได้กับทางทางโรงพยาบาลที่เราเคยรักษามีประวัติการรักษา ทั้งโรงพยาบาลประจำจังหวัด หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลต่าง ๆ แต่คนส่วนใหญ่ออาจจะเข้าใจว่าลงทะเบียนได้แค่ “หมอพร้อม” เท่านั้น แต่ความจริงยังมีอีกหลายช่องทาง

แต่ผู้ที่จะลงทะเบียนได้ในกลุ่มแรกนั้น รัฐบาลเปิดให้เฉพาะผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรังก่อน ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่มีความเสี่ยงสูง โดยโรคทั้ง 7 ได้แก่ 1. โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง 2. โรคหัวใจและหลอดเลือด 3. โรคไตวายเรื้อรัง 4. โรคหลอดเลือดสมอง 5. โรคอ้วน 6. โรคมะเร็ง 7. โรคเบาหวาน โรคต่าง ๆ ดังกล่าว ถืองเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง หากได้รับเชื้อโควิด-19 จะมีอาการป่วยรุนแรง และมีอัตราการเสียชีวิตจากโควิด-19 สูงกว่าบุคคลทั่วไป ส่วนประชาชนทั่วไปนั้นจะเริ่มลงทะเบียนกันตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมเป็นต้นไป และจะเริ่มเข้ารับวัคซีนได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป

อย่างไรก็ตาม แม้ขณะนี้ประชาชนส่วนใหญ่ จะยังไม่ได้รับการลงทะเบียน เพื่อฉีดวัคซีนโควิด-19 แต่หลายคนก็มีคำถามและข้อสงสัยมากมาย วันนี้ สามย่านมิตรทาวน์ จะมาไขข้อสงสัยกับบางคำถาม ที่ยังคาใจคนไทยส่วนใหญ่

1.วัคซีนโควิด 19 ที่มีให้บริการในประเทศไทย มีกี่ชนิด?
ปัจจุบันวัคซีนโควิด-19 ที่ให้บริการในประเทศไทยมีด้วยกัน 2 ชนิด คือ 1.วัคซีนป้องกันโควิด 19 แอสตร้าเซนเนกา (COVID-19 Vaccine AstraZeneca) โดยให้ในในผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป โดยต้องได้รับวัคซีนทั้งหมด 2 ครั้ง ห่างกัน 10 – 12 สัปดาห์ 2.วัคซีนโคโรนาแวค หรือ ซิโนแวด (CoronaVac หรือ Sinovac COVID-19 vaccine) เป็นวัคซีนเชื้อตาย ซึ่งขณะนี้กำหนดให้ในผู้ที่มีอายุ 18 – 59 ปี โดยต้องได้รับวัคซีนทั้งหมด 2 ครั้ง ห่างกัน 2 – 4 สัปดาห์

ส่วนผู้สูงอายุนั้น ขณะนี้มีการศึกษาวัคซีน AstraZeneza ในผู้สูงอายุแล้ว องค์การอนามัยโลกและไทย จึงรับรองให้ใช้ในผู้สูงอายุได้ สำหรับวัคซีนของ Sinovac ยังไม่มีการศึกษาในผู้สูงอายุที่มากเพียงพอ จึงควรฉีดให้กับผู้ที่มีอายุ 18-59 ปี ตามคำแนะนำของบริษัทผู้ผลิตวัคซีน

2.ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องควรรับวัคซีนชนิดใด?
จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการศึกษาวัคซีนใดที่ทำในผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง อย่างไรก็ดีการให้วัคซีนในผู้ป่วยกลุ่มนี้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคโควิด-19 รุนแรง อาจต้องเปรียบเทียบประโยชน์และความเสี่ยงที่อาจเกิดการติดเชื้อ หากพิจารณาแล้วว่าประโยชน์น่าจะมากกว่า ก็สามารถให้วัคซีนได้ โดยให้แพทย์ประจำตัวเป็นผู้พิจารณาเลือกชนิดของวัคซีน

3.หลังฉีดวัคซีนโควิด-19 จะมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง?
จากการศึกษาวิจัยวัคซีนโควิด-19 แต่ละชนิด มักพบเป็นปฏิกิริยาเฉพาะที่ เช่น อาการปวด บวม แดงบริเวณที่ฉีดวัคซีน ซึ่งส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรงและสามารถหายได้เองโดยไม่ต้องใช้ยา แต่การฉีดวัคซีนเหล่านี้ก็ยังสามารถทำให้เกิดอาการแพ้รุนแรงได้ในอัตราที่แตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องสังเกตอาการหลังการฉีดอย่างน้อย 30 นาทีในสถานพยาบาลเสมอ หากผู้รับวัคซีนเกิดอาการไม่พึงประสงค์หรือไม่มั่นใจว่าอาการดังกล่าวเกิดจากวัคซีนหรือไม่ ควรแนะนำให้ผู้รับวัคซีนปรึกษาแพทย์เพิ่มเติม

4.ผู้ฉีดวัคซีนโควิด-19 ต้องปฏิบัติตนเองอย่างไร?
ผู้ที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 นั้นต้องเข้าใจว่า วัคซีนไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อได้ทั้งหมด แม้จะฉีดวัคซีนแล้วก็ยังสามารถติดเชื้อทั้งที่มีหรือไม่มีอาการได้ แต่วัคซีนจะป้องกันการติดเชื้อแบบรุนแรงได้ดี ดังนั้น นอกเหนือไปจากการที่ให้ผู้รับวัคซีนรับทราบข้อมูลของวัคซีน ผลข้างเคียง และอาการที่ต้องมาพบแพทย์แล้ว ผู้รับวัคซีนยังคงต้องปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันต่าง ๆ ที่ใช้ในปัจจุบัน ได้แก่ การสวมหน้ากากอนามัย การล้างมือ การรักษาระยะห่างทางสังคม และการกักตัวอย่างเคร่งครัด หากมีประวัติสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยโรคโควิด-19 และควรมาพบแพทย์เพิ่มเติมเพื่อตรวจวินิจฉัย หรือทำการรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป

5.ผู้ที่เคยเป็นโรคโควิด-19 มาก่อน ยังจำเป็นต้องฉีดวัคซีนหรือไม่?
สำหรับผู้ที่เคยมีประวัติเป็นโรคโควิด-19 มาก่อน แม้จะมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 ในร่างกาย แต่ในปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับระยะเวลาของภูมิคุ้มกันในร่างกายที่จะป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ครั้งต่อไปและยังมีโอกาสติดเชื้อซ้ำได้ ดังนั้น จึงควรได้รับวัคซีนโควิด-19 เสมอ แม้ว่าจะเคยเป็นโรคโควิด-19 มาก่อนก็ตาม โดยเว้นระยะห่างจากการติดเชื้อไปอย่างน้อย 3-6 เดือน ไม่จำเป็นต้องตรวจการติดเชื้อก่อนฉีดวัคซีน เพราะแม้จะเคยเป็นมาก่อน ก็ไม่ทำให้มีอันตรายจากการฉีดวัคซีน โดยอาจพิจารณาให้ฉีดเพียง 1 เข็ม

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

- Advertisment -

กาแฟวาวีจัดโปรโมชั่น ซื้อ 1 แถม 1

กาแฟวาวี จัดโปรโมชั่นพิเศษ 7 หมวดเมนูเครื่องดื่มแห่งความสุข...
spot_img

ชวนมิตรรู้ทัน โควิค-19