Saturday, September 25, 2021
Advertising call 02-033-8900 ext. 8819spot_img

‘วัคซีนโควิด-19’ เปลี่ยนโรคร้ายให้เป็นไข้หวัดธรรมดา

ความสนใจของทุกคนในตอนนี้ต่างมุ่งไปที่การติดตามข่าวคราวการระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยและทั่วโลก รวมถึงการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่เป็นความหวังสำคัญที่จะช่วยป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งจากข้อมูลของคุณหมอที่ต่างออกมาให้ความเห็นกับวัคซีนที่จะเป็นกุญแจสำคัญในการร่วมแก้ปัญหาอาการรุนแรงของผู้ติดเชื้อ ยกตัวอย่างเช่นข้อมูลของ ศ.พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ ผอ. ศูนย์วิจัยคลินิก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ออกมาระบุว่า โควิด-19 ยังจะอยู่กับเราไปอีกนานหรือตลอดไป วิธีการเดียวที่จะเปลี่ยนจากโรครุนแรงให้เป็นไข้หวัดธรรมดา ต้องสร้างภูมิคุ้มกันด้วยการฉีดวัคซีน

ความสำคัญและความจำเป็นที่ต้องฉีดวัคซีนให้แก่ทุกคน จึงมีความจำเป็นอย่างสูงสุด และเพื่อให้ชาวมิตรมีความเข้าใจในเรื่องของวัคซีนโควิด-19 กันมากขึ้น สามย่านมิตรทาวน์ เลยมีข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนโควืด-19 มาเล่าให้ฟัง ปัจจุบันประเทศไทยได้มีการอนุมัติวัคซีนโควิด-19 โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งมีหน้าที่ในการพิจารณาการขึ้นทะเบียนวัคซีนโควิด-19 แล้วจำนวน 3 บริษัท ได้แก่

1.วัคซีนวัคซีน AZD1222 แอสตร้าเซนเนก้า ของบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด ที่ได้รับอนุมัติทะเบียนไปเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2564
2.วัคซีนโคโรนาแวค CoronaVac ของบริษัท ซิโนแวค นำเข้าโดยองค์การเภสัชกรรม ซึ่งได้รับอนุมัติทะเบียนเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564
3.วัคซีน JNJ-78436735 จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน โดยบริษัท แจนเซ่น-ซีแลก จำกัด เป็นภาคเอกชนที่มายื่นขอขึ้นทะเบียนและได้รับอนุมัติทะเบียนจาก อย.แล้ว

ทั้งนี้ ยังมีวัคซีนที่อยู่ระหว่างดำเนินการอนุมัติจาก อย. โดยจะมีทั้งการอยู่ระหว่างประเมินคำขอขึ้นทะเบียน ได้แก่ RNA-1273 วัคซีนโมเดอร์นา ของ Moderna ของประเทศสหรัฐอเมริกา นำเข้าโดย บริษัท ซิลลิคฟาร์ม นอกจากนี้ ยังมีบริษัทที่ทยอยยื่นเอกสารการประเมินคำขอขึ้นทะเบียนอีก 2 ราย ได้แก่ 1. วัคซีน Covaxin ของ บริษัท บารัต ไบโอเทค เทคโนโลยี (Bharat Biotech) ประเทศอินเดีย นำเข้าโดย บริษัท ไบโอเจเนเทค และ 2. วัคซีนสปุตนิก ไฟว์ (Sputnik V) ของ Sputnik V ประเทศรัสเซีย นำเข้าโดย บริษัท คินเจน ไบโอเทค

หากเรามาดูข้อมูลของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ ศบค. รายงานว่า ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 4 พฤษภาคม 2564 ประเทศไทยมีจำนวนผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มแรกแล้ว 1,150,564 ราย วัคซีนเข็มที่สองจำนวน 422,511 ราย คิดเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนรวมแล้ว 1,573,075 ราย เฉลี่ยฉีดได้เฉลี่ย 23,830 รายต่อวัน ซึ่งตามแผนรัฐบาลกำหนดไว้คือการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ครอบคลุมประชากร 50 ล้านคน ด้วยจำนวนวัคซีนทั้งหมด 100 ล้านโดส ภายในปี 2564 นี้ และหากจะทำให้ได้ตามเป้าหมายจะต้องฉีดวัคซีนให้ได้ 500,000 – 1,000,000 โดสต่อวัน ซึ่งรัฐบาลกำลังได้รับมอบวัคซีนซิโนแวค ในเดือน พฤษภาคมนี้จำนวน 3.5 ล้านโดส และวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 61 ล้านโดส ในเดือนมิถุนายนนี้ หลังจากนั้นจะมีวัคซีนอื่นๆ ตามมา ทำให้การฉีดวัคซีนได้ตามแผน

ความเข้าใจสำคัญคือรัฐได้เปิดให้ภาคเอกชนสามารถนำเข้าวัคซีนได้ แต่ต้องขอขึ้นทะเบียนกับ อย. ซึ่งได้มีการเปิดให้ ผู้รับอนุญาตนำเข้ายา หรือผู้รับอนุญาตที่เป็นโรงพยาบาลเอกชน หรือ ภาคเอกชนอื่น ที่สนใจยื่นขอขึ้นทะเบียนวัคซีนโควิด-19 โดย อย. จะระดมผู้เชี่ยวชาญจากภายในและภายนอก อย. มาร่วมพิจารณา คาดว่าจะใช้เวลาพิจารณาอนุญาตภายใน 30 วัน และ อย. จะพิจารณาจากคุณภาพความปลอดภัยของวัคซีน เพื่อทำให้คนในประเทศได้เข้าถึงวัคซีนได้อย่างปลอดภัย

หากมาสร้างความเข้าใจเรื่องความปลอดภัยของวัคซีน ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้แนะนำกับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ว่า วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่นำมาฉีดในประเทศไทย ทั้งของ Sinovac และ AstraZeneca มีประสิทธิภาพดีมากในการลดความรุนแรงของโรค ช่วยป้องกันการป่วยที่มีอาการมาก และป้องกันการเสียชีวิตได้ 100%

สำหรับการแพ้วัคซีนตามข่าวส่วนใหญ่เป็นอาการชั่วคราว แต่ยังไม่มีใครเสียชีวิตจากวัคซีน และได้เปรียบเทียบเสมอว่า ความเสี่ยงในการข้ามถนนอาจจะมากกว่าการฉีดวัคซีนด้วยซ้ำ จึงขอให้มาฉีดวัคซีน เรามีมาตรการป้องกันการเกิดอันตรายอยู่แล้ว โดยให้ฉีดที่โรงพยาบาล หรือสถานที่ได้รับการคัดเลือกในด้านของความปลอดภัย

ดังนั้น คนในประเทศควรมีการฉีดวัคซีนโควิด-19 เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ เพราะได้ประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง โดยผลวิจัยยืนยันฉีดครบ 2 เข็ม ภูมิคุ้มกันเทียบเท่าคนติดเชื้อโควิด-19 ที่หายแล้ว

อย่างไรก็ดี ชาวมิตรอาจมีข้อกังวลเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนโคที่อาจมีผลข้างเคียง ซึ่งเรื่องนั้นคุณหมอหลายท่านก็ออกมาให้ความมั่นใจแล้วว่า อาจจะมีอาการข้างเคียงบ้าง ซึ่งภาครัฐก็มีมาตรการดูแลอย่างเต็มที่ โดยการมอบหมายให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ปรับเกณฑ์และแนวทางการจ่ายบริการโควิด-19 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันโดยเฉพาะเรื่อง “เงินจ่ายเพื่อช่วยเหลือเบื้องต้นกรณีประชาชนไทยทุกคนที่ได้รับความเสียหายจากการรับวัคซีนป้องกันโควิด-19 จะมีทั้ง หากตาย/ทุพพลภาพถาวร ไม่เกิน 4 แสนบาท เสียอวัยวะ/พิการ ไม่เกิน 2.4 แสนบาท และบาดเจ็บ/เจ็บป่วยต่อเนื่อง ไม่เกิน 1 แสนบาท ซึ่ง สปสช. จะปรับระบบเพื่อทำให้สามารถจ่ายได้ภายใน 5 วัน หลังยื่นคำร้อง

โดยปัจจุบันภาครัฐยังคงทยอยเดินหน้าฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับเปิดให้ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่นหมอพร้อม และไลน์ หมอพร้อม รวมถึงสามารถลงทะเบียนผ่าน อสม. ไปแล้ว ดังนั้น วัคซีน จึงเป็นเรื่องสำคัญของทุกคนและจำเป็นต้องฉีดอย่างแท้จริงๆ สามย่านมิตรทาวน์ ขอส่งกำลังใจให้ทุกคนผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน

ขอบคุณข้อมูลจาก : สถาบันวัคซีนแห่งชาติ

- Advertisment -

เซ็ตปิ้งย่างความสุข เพียง 199 บาท

บาร์บีคิวพลาซ่า จัดโปรโมชั่นเซ็ตปิ้งย่างความสุข ราคาสุดคุ้มเพียง 199...

Samyan CO-OP ชวนมาผ่อนคลายกลางสัปดาห์กับ “Benri Bento”

Samyan CO-OP ชวนเพื่อนๆ มาพบกับกิจกรรมดีๆ...
spot_img

ชวนมิตรรู้ทัน โควิค-19