Tuesday, May 18, 2021
Advertising call 02-033-8900 ext. 8819spot_img
HomeMITR Learningข้อที่ทุกคนควรรู้! ทำไมเราต้องไปบริจาคโลหิต

ข้อที่ทุกคนควรรู้! ทำไมเราต้องไปบริจาคโลหิต

หากเพื่อนๆ ได้เข้าไปดูการประกาศสภากาชาดไทยในขณะนี้ จะเห็นได้เลยว่า ในปัจจุบันสภากาชาดไทยและโรงพยาบาลทั่วประเทศ กำลังประสบภาวะการขาดเลือดหนัก ไม่ว่าจะเป็นหมู่โลหิต A B O AB เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ที่เกิดขึ้น เลยทำให้ทุกโรงพยาบาลมีความต้องการเลือด เพื่อนำมาช่วยเหลือผู้ป่วย

ในขณะที่โรงพยาบาลหลายแห่งต้องการเลือด แต่จำนวนของผู้บริจาคกลับลดลง เนื่องจากหลายคนมีความกังวลว่า การไปบริจาคเลือดมีความเสี่ยงที่อาจจะติดเชื้อโควิด-19 ได้ เลยทำให้หลายคนตัดสินใจที่จะไม่ไปบริจาคเลือด

ด้วยเหตุนี้ สามย่านมิตรทาวน์ เลยอยากขอเชิญทุกคนที่มีสุขภาพแข็งแรงมาร่วมบริจาคเลือด เพราะเลือดถือเป็นยาที่ดีสำหรับการรักษาผู้ป่วย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย ซึ่งถือเป็นกลุ่มผู้ป่วยโรคโลหิตจางเรื้อรัง โดยปัจจุบันมีคนไทยที่ป่วยเป็นโรคนี้สูงถึง 8 แสนราย และแต่ละคนก็มีระดับความรุนแรงแตกต่างกันไป

ส่วนผู้ป่วยชนิดรุนแรงปัจจุบันมีมากกว่า 5 แสนราย และมีความจำเป็นต้องได้รับโลหิตทุก 3-4 สัปดาห์ เฉลี่ยครั้งละ 1-2 ยูนิต (ถุง) เพื่อเพิ่มระดับฮีโมโกลบินให้ใกล้เคียงปกติ หากไม่ได้รับโลหิต ผู้ป่วยก็จะมีภาวะซีด อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตในประจำวัน อีกทั้งยังมีผู้ป่วยผ่าตัดใหญ่ อุบัติเหตุ ตกเลือดจากการคลอดบุตร และอื่นๆอีกมากมาย

สำหรับเลือดแต่ละถุงที่เราไปบริจาคกัน แต่ละคนจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 350-450 ซีซี ซึ่งชาวมิตรรู้หรือไม่ว่า สามารถนำไปช่วยผู้ป่วยได้อย่างน้อย 3 คน โดยในเลือด 1 ถุงของเราจะประกอบไปด้วย 1. เกล็ดเลือด ช่วยในการรักษาโรคไข้เลือดออก โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว และภาวะเกล็ดเลือดต่ำ 2. พลาสมา ช่วยรักษาทั้งโรคฮีโมฟีเลีย โรคตับ และแผลไฟใหม้ น้ำร้อนลวก 3. เม็ดเลือดแดง ช่วยรักษาทั้งผู้ที่ประสบอุบัติเหตุ การผ่าตัด และโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย

นอกจากนี้ ทุกคนยังสามารถบริจาคเลือดได้ในทุก 3 เดือน หรือประมาณ 4 ครั้งต่อปี โดยเมื่อบริจาคเลือดแล้วจะเป็นผลดีต่อเราทั้ง สุขภาพแข็งแรง ช่วยกระตุ้นไขกระดูกสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงใหม่ ระบบไหลเวียนโลหิตดี ผิวพรรณสดใส เปล่งปลั่ง และที่สำคัญไปกว่านั้น คือ ทำให้เราเกิดความรู้สึกสบายใจที่จะได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ รวมถึงยังทราบข้อมูลโลหิตและทราบข้อมูลสุขภาพด้วยว่าร่างกายและมีความเข้มข้นของเลือดเพียงพอที่จะบริจาคหรือไม่

ส่วนคุณสมบัติของผู้ที่จะบริจาคเลือดได้ คือ จะต้องมีอายุ 17-70 ปี หนักตั้งแต่ 45 กิโลกรัมขึ้นไป มีสุขภาพแข็งแรงพร้อมที่จะบริจาคโลหิต ซึ่งก่อนที่จะไปบริจาคโลหิตไม่ควรรับประทานยาปฏิชีวนะ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง หรือก่อนเที่ยงคืน ควรรับประทานอาหารประจำมื้อก่อนมาบริจาคโลหิต ไม่ควรรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงก่อนมาบริจาคโลหิต 6 ชั่วโมง เนื่องจากจะทำให้พลาสมามีสีขาวขุ่นไม่สามารถนำไปใช้รักษาผู้ป่วยได้

นอกจากนี้ ควรดื่มน้ำก่อนบริจาคโลหิต 30 นาที ประมาณ 3-4 แก้ว เท่ากับปริมาณโลหิตที่เสียไปในการบริจาค จะทำให้โลหิตไหลเวียนดีขึ้น และช่วยลดภาวะการเป็นลมจากการบริจาคโลหิตได้ อีกทั้งควรงดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ก่อนมาบริจาคโลหิตอย่างน้อย 24 ชั่วโมงและงดสูบบุหรี่ก่อนและหลังบริจาคโลหิต 1 ชั่วโมง เพื่อให้ปอดฟอกโลหิตได้ดีขึ้น

เมื่อมาดูที่ระบบหมู่โลหิตของคนไทยจะมีหมู่เลือดที่สำคัญด้วยกัน 2 ระบบ ได้แก่ ABO และ Rh และจะแยกตาม Antigen ที่มีอยู่บนผิวเม็ดเลือดแดง ซึ่งหมู่โลหิตระบบ ABO จะมีความสำคัญมากสุดในการให้โลหิต ที่มีหมู่โลหิตอยู่ 4 หมู่ คือ O B A และ AB ซึ่งในคนไทย จะมีหมู่โลหิต O มากสุด สัดส่วน 38% รองลงมา B สัดส่วน 33% หมู่โลหิต A สัดส่วน 21% และ AB สัดส่วน 8%

แต่หากเป็นหมู่โลหิตระบบ Rh ที่เป็นระบบสำคัญรองลงมาจากระบบ ABO จะมี ชนิด คือ Rh+ Rh- โดย Rh+ จะพบมากสุดในคนไทย สัดส่วน 99.7% และหมู่เลือดที่พบได้น้อยคือ Rh-เพียง 0.3% หรือ 1-3 คนต่อประชากร 1,000 คน ซึ่งในหลักการให้และการรับโลหิตคือ หากเป็นโลหิตต่างหมู่ จะให้ใช้เฉพาะเม็ดเลือดแดงเท่านั้น
หมู่เลือด A จะรับได้จาก A O และให้กับ A AB
หมู่โลหิต B จะรับได้จาก B O และให้กับ B AB
หมู่โลหิต AB จะรับได้จาก A O B AB และให้ได้กับ AB
หมู่โลหิต O รับได้จาก O และ ให้ได้กับ A O B AB

ส่วนโลหิต Rh- จะมีอยู่เพียง 0.3% จะสามารถรับได้จาก Rh- เท่านั้น โดยในขณะนี้ ความต้องการโลหิตหมู่พิเศษก็มีความขาดแคลนเช่นกัน ทั้ง A- B- O- และ AB- เลือดมีความสำคัญมากมายขนาดนี้ ใครที่สุขภาพแข็งแรงก็อย่าลืมไปบริจาคโลหิตกันเยอะๆ นะคะใกล้ที่ไหนไปที่นั่นเลยไม่ว่าจะเป็นศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง หรือโรงพยาบาลประจำจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งในแต่ละแห่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด ทั้งก่อนและหลังการบริจาคโลหิต

ขอบคุณข้อมูลจาก : ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

RECENT Recommend