Tuesday, November 30, 2021
Advertising call 02-033-8900 ext. 8819spot_img

ผลสำรวจชี้ ‘โควิด-19’ ส่งผลคุณภาพการนอนแย่ลง

จากข้อมูลของรอยัล ฟิลิปส์ (NYSE: PHG, AEX: PHIA) ที่ออกมาเปิดเผยผลสำรวจประจำปีเกี่ยวกับการนอนหลับครั้งที่ 6 เนื่องในวันนอนหลับโลก ( 19 มี.ค.2564 ) พบว่า การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้คนทั่วโลก ไม่เพียงแต่เรื่องระบบทางเดินหายใจเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพการนอนอีกด้วย

จากการสำรวจข้อมูลด้านการนอนหลับของกลุ่มตัวอย่างในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกพบว่ากว่า 71% มีสุขภาพการนอนที่แย่ลง เพราะสถานการณ์ดังกล่าวได้สร้างความรู้สึกกังวลและตื่นตระหนก ซึ่งความเครียดและความวิตกกังวลนี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อการนอนหลับของผู้คนทั่วโลก

นอกจากนี้ ข้อมูลในปี 2563 ยังพบว่า ประชากรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกใช้เวลาในการนอนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 7.2 ชม.ต่อคืน (เทียบกับปีก่อนหน้าที่ใช้เวลาในการนอน 7.1 ชั่วโมง) แต่กว่า 41% กลับบอกว่าพวกเขารู้สึกไม่พึงพอใจต่อคุณภาพการนอน ซึ่งส่งผลให้ต้องการปรับเปลี่ยนคุณภาพการนอนให้ดียิ่งขึ้น

พร้อมกันนี้ ผลสำรวจยังพบว่ากว่า 50% รู้สึกว่าการระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลต่อคุณภาพการนอนที่แย่ลง โดย 22% รู้สึกว่านอนน้อยลงในตอนกลางคืน และอีก 44% มีอาการง่วงนอนในช่วงกลางวัน แต่ในขณะที่ 38% รู้สึกว่านอนหลับอย่างมีคุณภาพ หลายๆ คน ยังมีปัญหาการนอนหลับสนิทอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืน ซึ่งจากการสำรวจพบว่า 42% มีปัญหาตื่นนอนในช่วงกลางดึก และ 33% มีอาการเผลอหลับโดยไม่รู้ตัว ในขณะที่ 26% มีอาการนอนไม่หลับ โดยสาเหตุอันดับแรกของการนอนไม่หลับมาจาก ความเครียดและวิตกกังวล รองลงมาคือ การใช้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต รวมไปถึงสภาพแวดล้อมของการนอน

อย่างไรก็ดี มีกระบวนการ 2 ขั้นตอน ที่ช่วยทำให้คนที่นอนหลับยากสามารถนอนหลับได้ดีขึ้น ซึ่งทางวิชาการเรียกว่า ระเบียบ Circadian (กระบวนการ C) และการควบคุม homeostatic (กระบวนการ S)

กระบวนการ C
หมายถึง นาฬิกาชีวภาพ หรือนาฬิกาชีวิตในร่างกายคนเรา ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมวงจรการนอนหลับตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านอิทธิพลของแสงและฮอร์โมนเมลาโทนิน ในกรณีที่ไม่มีแสง (เช่น ในช่วงเย็น) เมลาโทนินถูกผลิตขึ้นเพื่อส่งเสริมการนอนหลับ แต่เมื่อมีแสงสว่างรบกวน การผลิตสารเมลาโทนินจะหยุดลง ส่งสัญญาณให้สมองของเราว่าเป็นเวลากลางวันและเราต้องตื่น พฤติกรรมของเราสามารถลบล้างสัญญาณธรรมชาติเหล่านี้ได้ ตัวอย่างเช่น แสงไฟที่สว่างไสวในเวลากลางคืน จะปิดการผลิตเมลาโทนิน ทำให้การนอนหลับล่าช้าไปจนถึงช่วงดึกของคืน

กระบวนการ S
หมายถึง ส่งเสริมการนอนหลับตามวงจรเวลาเดิมๆ (เข้านอนเวลาเดิม ตื่นเวลาเดิม) ในช่วงที่เราตื่นตัว สมองของเราจะสะสมสารที่ส่งเสริมการนอนหลับ เมื่อเรานอนหลับสารเหล่านี้จะถูกนำมาใช้จนหมด และเราก็จะตื่นตัวอีกครั้งในช่วงเวลาตื่นนอนพอดี กระบวนการนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง สังเกตได้จากหากเรางีบหลับในช่วงบ่าย จากนั้นจะไม่สามารถนอนหลับได้ในช่วงกลางคืน ที่เป็นแบบนี้ก็เนื่องจากเราทำให้สารส่งเสริมการนอนหลับหมดไปตั้งแต่บ่ายแล้ว เราจึงไม่สามารถหลับได้อย่างเหมาะสมในช่วงกลางคืน

ดังนั้น การนอนหลับที่ดีที่สุด คือ เมื่อเราซิงโครไนซ์เวลานอนและเวลาตื่น ให้เข้ากับนาฬิกาชีวิตภายในร่างกายได้ ก็จะเกิดจุดสมดุลระหว่างกระบวนการ C และกระบวนการ S และทำให้เรานอนหลับอย่างมีคุณภาพและสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ เพื่อให้เกิดการนอนที่มีคุณภาพมากขึ้น มีหลายคนที่ได้ใช้วิธีต่างๆ เพื่อช่วยปรับพฤติกรรมการนอนหลับให้ดีขึ้น ทั้งการใช้ดนตรีบำบัด การอ่านหนังสือ ดูโทรทัศน์ การเข้านอนและตื่นนอนเป็นเวลา ลดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน รวมถึงการใช้เครื่องมือตรวจจับภาวะการนอนหลับ

ขอบคุณข้อมูลจาก : bangkokbiznews , ฟิลิปส์ (ประเทศไทย)

- Advertisment -

แดรี่ควีน จัดโปรซื้อไอศกรีมเริ่ม 1 บาท

แดรี่ควีน จัดโปรโมชั่นพิเศษไม่กินแล้วจะเสียใจ ง่าย ๆ...

Modern Weaving Workshop ทอผ้า…ไม่ยากอย่างที่คิด

Medium and More ชวนคนอยากทำงานฝีมือมาร่วมกิจกรรม...
spot_img

ชวนมิตรรู้ทัน โควิค-19