Wednesday, October 27, 2021
Advertising call 02-033-8900 ext. 8819spot_img

4 ปัจจัยท่องเที่ยววิถีใหม่ “BEST” ตัวเปลี่ยนพฤติกรรมนักท่องเที่ยว

ตอนนี้หลายคนคงอยากออกไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ กันแล้ว เพราะสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศโดยรวมดูเหมือนแนวโน้มจะเริ่มปรับตัวดีขึ้น

จากการวิเคราะห์พฤติกรรมนักท่องเที่ยวหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ภายใต้การกำกับของสาธารณสุข ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) พบว่ามี 4 ปัจจัยสำคัญ คือ พฤติกรรมแบบ “BEST” เป็นตัวเปลี่ยนพฤติกรรมในการเดินทางของนักท่องเที่ยว และทำให้เกิดการท่องเที่ยวแบบ New normal หรือชีวิตวิถีใหม่ เช่น ต่อไปนี้เวลาคิดไปท่องเที่ยวที่ไหน นักท่องเที่ยวจะต้อง B-Booking (in advance) วางแผนล่วงหน้า และจองก่อนล่วงหน้า ส่งผลต่อการวางแผนการเดินทาง ได้แก่ การจัดสรรคนร่วมคณะเดินทาง วันเวลาและค่าใช้จ่าย และอยู่ภายใต้การจำกัดจำนวน และเงื่อนไขการบริหารพื้นที่แบบเว้นระยะห่าง

นอกจากนี้ ช่วงของการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ทำให้หลายคนอยู่บ้านแบบ Work From Home ส่งผลให้แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ กลับมาฟื้นฟู และมีความสวยงามมากขึ้น ททท.จึงได้มีการปลุกจิตสำนึกของนักท่องเที่ยว ด้วยการให้ความสำคัญกับพฤติกรรมที่ 2 คือ E–Environment หรือการท่องเที่ยวแบบใส่ใจ รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อแก้ปัญหาจากการท่องเที่ยวที่ก่อให้เกิดขยะ มลภาวะ อนุรักษ์และรักษาธรรมชาติที่ฟื้นตัวให้ดียิ่งขึ้น

พฤติกรรมที่ 3 คือ S-Safety (Come first) ปลอดภัยไว้ก่อน ปัจจุบันนักท่องเที่ยวมีการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมากขึ้น เพื่อให้สามารถป้องกันตัวเอง และช่วยป้องกันไม่ให้ไวรัสโควิด-19 แพร่กระจายสู่คนอื่น สิ่งดังกล่าวทำให้พฤติกรรมในการเตรียมตัวเดินทางของนักท่อเที่ยวเปลี่ยนไป โดยนักท่องเที่ยวจะให้ความระมัดระวังสุขภาพ และสวมใส่หน้ากากอนามัย รวมไปถึงการให้ความสำคัญกับการล้างมือ หรือใช้เจลล้างมือ และการกำหนดระยะห่าง

พฤติกรรมท่องเที่ยววิถีใหม่ตัวสุดท้าย คือ T-Tecnology (enhanced tourist experiences) หรือ เทคโนโลยีสร้างความมั่นใจและเสริมสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีคุณค่า ต่อไปเทคโนโลยีดิจิทัลจะมีความจำเป็นสำหรับการท่องเที่ยว เช่น ตัวอย่างการใช้แอปพลิเคชัน QueQ เพื่อคัดกรองคนเข้าพื้นที่อุทยานแห่งชาติ หรือการใช้แอปพลิเคชันไทยชนะ ในทุกๆ สถานที่ซึ่งคนไทยคุ้นเคยกันแล้ว

พร้อมกันนี้ การสร้างมาตรฐานเพื่อให้ความมั่นใจกับนักท่องเที่ยว ด้วยการจัดทำโครงการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย และตั้งมาตรฐาน SHA (Amazing Thailand Safety & Health Administration) โดยความร่วมมือของกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และภาคเอกชน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวหรือผู้มาใช้บริการ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ผู้ประกอบการพึงทำ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว

ปัจจุบันมีสถานประกอบการที่มาสมัครขอรับมาตรฐาน SHA แล้ว 6,633 ราย ผ่านมาตรฐาน 5,117 ราย โดยอันดับกิจการที่มีผู้มาลงทะเบียนมากที่สุด ประกอบด้วย 1. โรงแรม/ที่พักและสถานที่จัดประชุม 2. บริษัทนำเที่ยว 3. ภัตตาคาร/ร้านอาหาร 4. ยานพาหนะ 5. สุขภาพและความงาม 6. นันทนาการและสถานที่ท่องเที่ยว 7. ร้านค้าของที่ระลึกและร้านค้าอื่นๆ 8. ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า 9. การจัดกิจกรรม การจัดประชุม (MICE) โรงละคร โรงมหรสพ 10. กีฬาเพื่อการท่องเที่ยว

จากมาตรการที่ผู้ประกอบการพึงทำ และพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่พยายามปรับตัว ถ้าทุกคนร่วมมือกันไม่ว่าจะไปท่องเที่ยวสถานที่ไหนก็มั่นใจในความปลอดภัยจากโรคโควิด-19 ได้เลย

- Advertisment -

ตำมั่ว ส่ง 5 เมนูสุดปังราคาเริ่ม 49 บาท

ตำมั่ว ส่ง 5 เมนูส้มตำสุดปัง...

มาทำความรู้จัก ‘โรคโปลิโอ’ ภัยร้ายที่ไม่ควรมองข้าม

วันที่ 24 ตุลาคม ของทุกปีเป็นวันโปลิโอโลก...
spot_img

ชวนมิตรรู้ทัน โควิค-19