Saturday, July 31, 2021
Advertising call 02-033-8900 ext. 8819spot_img

3 เทรนด์การท่องเที่ยวโลก ในยุค New normal

หากถามเพื่อนๆ ว่า กิจกรรมไหน? ที่อยากไปทำและสร้างความสุขให้กับชีวิตในช่วงนี้ คาดว่า การท่องเที่ยวจะต้องติดอันดับต้นๆ อย่างแน่นอน เพราะการเดินทางท่องเที่ยวได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้ของทุกคนไปแล้ว รวมถึงในช่วงที่เกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 การท่องเที่ยวก็ยังคงเป็นสิ่งที่มีอยู่ แต่อาจจะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบไปให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยในครั้งนี้ “สามย่านมิตรทาวน์” ขอร่วมนำเสนอ เทรนด์การท่องเที่ยวในโลก ที่เป็นข้อมูลจาก สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ให้ทุกคนได้ดูกันว่ามีสิ่งใดที่จะเกิดขึ้นบ้าง

เทรนด์ที่ 1 การท่องเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์ (slowlife)
เป็นการท่องเที่ยวแบบอิสระและไม่เน้นในพื้นที่มีคนจำนวนมาก โดยนักท่องเที่ยวจะนิยมท่องเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์ด้วยการออกไปสัมผัสธรรมชาติ การไปเยี่ยมชนวิถีชุมชน การจัดโรดทริป การเข้าป่าไปตั้งแคมป์ เพื่อใกล้ชิดกับธรรมชาติ เป็นต้น

นอกจากนี้ “Staycation” การเที่ยวใกล้บ้าน และไม่ต้องเดินทางไกล ก็เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้น และได้รับความนิยม เช่น เข้าพักในโรงแรมและโฮลเทลใกล้บ้าน ทำให้ธุรกิจโรงแรมและที่พักหลายแห่ง ได้หันมาจัดแคมเปญกระตุ้นลูกค้ามากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่มีเวลาน้อย ที่ต้องการพักผ่อนและยังต้องทำงานไปด้วย อีกทั้งมีบริษัท ท่องเที่ยวนำเสนอ บริการใหม่ให้ตรงใจกับกลุ่มลูกค้าที่อยากเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์คือ Booking.com ได้นำเสนอทริปท่องเที่ยวที่เป็น สถานที่ Unseen ในประเทศแทนการไปท่องเที่ยวในต่างประเทศ

เทรนด์ที่ 2 ความปลอดภัยในสุขภาพและการท่องเที่ยว
ผลต่อเนื่องจากการเกิดโควิด-19 ทำให้ทุกคนต่างสนใจดูแลป้องกันตัวเอง และปกป้องคนรอบข้างไปพร้อมกัน จากพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่หันมาให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพ การดูแลความสะอาด ลดการท่องเที่ยวที่ทำให้ต้องพบปะกัน และลดการสัมผัส ด้วยการหันมาใช้วิธีการจ่ายเงินผ่าน e-Payment

จากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปดังกล่าว ทำให้การใช้จ่ายผ่าน e-Payment เพิ่มขึ้นถึง 72% เนื่องจากมีความกังวลเรื่องเชื้อโรคติดมากับธนบัตร เห็นได้จากการที่ร้านอาหารริมถนนมีการปรับระบบจ่ายเงินผ่าน QR Scan, Prompay และ e-Wallet กันมากขึ้น เพื่อสร้างความสบายให้กับลูกค้า

พร้อมกันนี้ ยังมีการปรับใช้ระบบแอปพลิเคชันแฟลตฟอร์มออนไลน์ หรือ นวัตกรรมออโตเมชั่น เพื่อลดการใช้พนักงานลง ยกตัวอย่าง โฮลเทล ได้ใช้ระบบ Self-service Kiosk ทำให้ลูกค้าสามารถเชคอิน และคืนกุญแจได้ด้วยตัวเอง หรือ บริการกดสั่งอาหารในห้องอาหารของโรงแรม หรือ การนำหุ่นยนต์มาใช้ทำหน้าที่เสิร์ฟอาหาร เป็นต้น

เทรนด์ที่ 3 การมีบริการที่ยืดหยุ่นและรวดเร็ว
ผลจาการรบาดขอบ COVID-19 อาจส่งผลให้จุดหมายปลายทางที่ตั้งใจไปเที่ยวกลายเป็นพื้นที่เสี่ยงได้ทุกที่เช่นกัน ดังนั้น สิ่งที่นักท่องเที่ยวจะคาดหวังจากคนทำธุรกิจการท่องเที่ยวคือ เงื่อนไขบริการที่ “ยืดหยุ่น” และสามารถ “ปรับเปลี่ยนได้” เสมอ เพื่อรองรับกับสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอน ยกตัวอย่าง การให้ลูกค้าสามารถยกเลิกจองที่พัก หรือปรับเปลี่ยนเที่ยวบินได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังต้องการข้อมูลและบริการติดต่อที่รวดเร็วเหมาะกับสถานการณ์ ซึ่งผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจึงควรมี “แพลตฟอร์มสื่อสาร” ทั้งโทรศัพท์ติดต่อ ข้อความ อีเมล โซเชียลมีเดีย หรือเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน เพื่อแจ้งข้อมูลและให้บริการลูกค้าได้อย่างสะดวก รวดเร็ว จะช่วยในรักษาประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

เป็น 3 เทรนด์การท่องเที่ยว ภายใต้ชีวิตวิถีใหม่ (New normal) ที่ทั้งผู้ประกอบการและลูกค้าต่างปรับตัวให้สอดคล้อง ด้วยการสร้างการท่องเที่ยวที่มีความปลอดภัย ซึ่งถือเป็นแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องในระยะยาว  และเมื่อทุกคนปรับตัวมุ่งสู่การท่องเที่ยวแบบปลอดภัยได้สำเร็จ การจะเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ก็จะมีแต่ความความปลอดภัย แต่ก่อนที่จะออกเดินทางไปท่องเที่ยวทุกคนควรหาข้อมูลก่อน เพื่อเตรียมความพร้อม และป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิขึ้น ว่าแล้วก็เตรียมไปจัดทริปท่องเที่ยวครั้งต่อไปกันดีกว่า 

ขอบคุณข้อมูลจาก : สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA)

- Advertisment -

จัดโปรโมชั่นส่งฟรี 7 กม. แรกทุกเมนู

เปปเปอร์ ลันช์ ร่วมกับ FOODHUNT...

ฟังแรงบันดาลใจการทำงานดีๆ กับโปรเจค “Lighten Up Your Dream”

Samyan CO-OP ขอชวนเพื่อนๆ มาสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานกับโปรเจค...
spot_img

ชวนมิตรรู้ทัน โควิค-19