Home MITR Learning ทำความรู้จัก 6 เทรนด์เทคโนโลยี สำหรับปี 64 และในอนาคต

ทำความรู้จัก 6 เทรนด์เทคโนโลยี สำหรับปี 64 และในอนาคต

0
197

โลกยุคปัจจุบัน เทคโนโลยีได้เข้ามามีส่วนสำคัญ ในการสร้างความสะดวกสบาย และคุณภาพชีวิตให้มนุษย์ในหลาย ๆ ด้าน แม้ว่าจะเกิดภาวะวิกฤต เทคโนโลยีก็ยังมีส่วนช่วยแก้ไขปัญหา และทำให้ชีวิตมนุษย์มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ซึ่งแต่ละปีเทคโนโลยีได้ถูกพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เปลี่ยนไปตามวันและเวลา ล่าสุด ซิสโก้ ได้ออกมาเปิดเผยถึง 6 เทรนด์เทคโนโลยีที่สำคัญสำหรับปี 2564 และในอนาคต ที่กำลังจะเกิดขึ้นให้มนุษย์ได้สัมผัสและได้รับความสะดวกสบาย ส่วนจะมีอะไรบ้างไปทำความรู้จักกับ 6 เทรนด์นี้กันเลย

1.5G และ Wi-Fi 6 ช่วยลดช่องว่างดิจิทัล
ทุกวันนี้ ประชากรโลกราวครึ่งหนึ่งไม่สามารถเข้าถึงการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต จึงขาดโอกาสทางการศึกษา ธุรกิจ และการรักษาพยาบาล และในเกือบทุกประเทศ ปัญหาช่องว่างดิจิทัล (Digital Divide) ส่งผลกระทบอย่างมากต่อคนในชนบทและผู้ยากไร้ เทคโนโลยีไร้สายรุ่นอนาคต รวมถึง 5G และ Wi-Fi 6 จะช่วยลดปัญหาช่องว่างดิจิทัล เทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยยกระดับมาตรฐานด้านแบนด์วิธ ความเร็ว และการหน่วงเวลา และเข้าถึงพื้นที่ที่การเชื่อมต่อไฟเบอร์มีค่าใช้จ่ายสูงมาก เช่น พื้นที่ชนบท บุคลากรที่ทำงานนอกสถานที่ บริการสาธารณสุขทางไกล ภาคการผลิต และการศึกษา จะได้รับประโยชน์อย่างถ้วนหน้าจากระบบไร้สายรุ่นใหม่นี้

2.เซ็นเซอร์ถูกใช้งานอย่างแพร่หลายและมีบทบาทสำคัญ
เราได้ยินได้ฟังเกี่ยวกับศักยภาพของ Internet of Things ตลอดช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา แต่เมื่อไม่นานมานี้ การพบกันของนวัตกรรมที่ก้าวล้ำ เช่น เทคโนโลยีเครือข่ายขั้นสูง ระบบไร้สายรุ่นอนาคต เทคโนโลยี AI และอื่น ๆ ทำให้วิสัยทัศน์ในเรื่องนี้กลายเป็นความจริง ยิ่งไปกว่านั้น เซ็นเซอร์อัจฉริยะที่มีราคาถูกจะถูกติดตั้งใช้งานในทุกๆ ที่ และเราจะสามารถติดต่อสื่อสารกับโลกของเรา เครื่องจักรต่างๆ และผู้คนทั่วโลกในรูปแบบที่แปลกใหม่ได้ และเซ็นเซอร์ยังมีประโยชน์อีกมากมาย อาทิ การตรวจสอบควบคุมสภาวะต่างๆ เช่น อุณหภูมิห้อง ความชื้น และแสงสว่าง รวมถึง เซ็นเซอร์ที่ใช้ในการแข่งกีฬาจะแจ้งเตือนเกี่ยวกับการชนกระแทกของนักกีฬา เป็นต้น

3.ระบบรักษาความปลอดภัยที่เรียบง่าย แข็งแกร่ง และไม่ต้องใช้รหัสผ่าน
ระบบคลาวด์และโมบิลิตี้มีความสำคัญอย่างมากต่อความคล่องตัวในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องขององค์กรต่างๆ ในช่วงปี 2563 แต่เนื่องจากมีพนักงานจำนวนมากที่ทำงานตามพื้นที่ต่างๆ และมีอุปกรณ์มากมายที่เชื่อมต่อกับระบบคลาวด์หลายๆ ระบบ การรักษาความปลอดภัยจึงค่อยๆ พร่าเลือน และจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตอบสนองอย่างฉับไว และทันท่วงทีต่อภัยคุกคามด้านความปลอดภัยที่เกิดขึ้น หนึ่งในความท้าทายที่สำคัญ คือ การรู้ว่าอะไรคือปัญหาที่เกิดขึ้นจริงและอะไรคือภัยคุกคามในสภาพแวดล้อมที่มีความซับซ้อน และระบบรักษาความปลอดภัยที่ไม่ต้องใช้รหัสผ่านใกล้จะกลายเป็นความจริง เนื่องจากเทคโนโลยีที่รองรับ เช่น ไบโอเมตริก (Biometrics) ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางทั้งในหมู่ผู้ใช้และองค์กรต่างๆ

4.การจ่ายค่าเทคโนโลยีตามการใช้งานจริง
ปัจจุบัน ซอฟต์แวร์ในรูปแบบบริการ ช่วยให้องค์กรเสียค่าใช้จ่ายเฉพาะในส่วนของฟีเจอร์และเทคโนโลยีที่ตนเองต้องการใช้งานในขณะนั้น และมีทางเลือกที่จะขยายไปสู่บริการอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็วและคล่องตัวเมื่อถึงคราวจำเป็น การเปลี่ยนแปลงไปสู่รูปแบบการคิดค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริงนี้ช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถคาดการณ์ค่าใช้จ่ายและจัดการงบประมาณด้านไอทีได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น

5.กุญแจสู่อนาคตด้วยการเพิ่มความคล่องตัวและความยืดหยุ่นโดยอาศัย App
ในระยะแรกของการแพร่ระบาด องค์กรต่างๆ ต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อรับมือ ระบบคลาวด์กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน และ 10 เดือนต่อมา แอปพลิเคชันที่เป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจถูกใช้งานในลักษณะกระจัดกระจายอย่างมาก ขณะที่พนักงานสามารถทำงานนอกสถานที่หรือจากที่บ้านได้อย่างอิสระ และระบบขององค์กรต้องรองรับปริมาณการใช้งานที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

6.พัฒนาจากการให้บริการแก่ลูกค้าสู่การสร้างความพึงพอใจ
การใช้งานแอปพลิเคชันอย่างเหมาะสมจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าและผู้ใช้งาน และช่วยให้สามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งปัจจุบันมีการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ อย่างรวดเร็ว จึงนับเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการใช้เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำเพื่อปรับปรุงองค์กรให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ตอบสนองได้อย่างฉับไว และพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ และขณะเดียวกัน ก็ควรมีการปรับใช้เทคโนโลยีเพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้คนทั่วโลกด้วยเช่นกัน

NO COMMENTS

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here