Saturday, March 6, 2021
Advertising call 02-033-8900 ext. 8819
Home MITR Learning 3 ธุรกิจ CO-SPACE ที่กำลังมาแรงที่สุดในโลก

3 ธุรกิจ CO-SPACE ที่กำลังมาแรงที่สุดในโลก

Co-Space ถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่กำลังมาแรงและได้รับความสนใจอย่างมาก เนื่องจากมีการแบ่งพื้นที่ให้มีลักษณะเฉพาะตัว สำหรับประเทศไทยก็เริ่มมี Co-Space ให้บริการในหลายพื้นที่แล้วเช่นกัน และเชื่อว่าเพื่อนๆ ทุกคน น่าจะเคยใช้บริการกันบ้างแล้วอย่างแน่นอน

เหตุผลที่ทำให้ Co-Space ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย คือ การมีตัวเลือกและความยืดหยุ่นในการเช่าสูง การมีเครื่องอำนวยความสะดวกที่ครบและตอบโจทย์ความต้องการใช้งานที่แตกต่างกันไป ซึ่งแนวโน้ม CO-Space จึงกลายเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงในโลก ซึ่งจากข้อมูลของ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ระบุว่า 3 CO-Space ที่กำลังเติบโตและได้รับความนิยมสูงสุด คือ

1.Co-Working Space ธุรกิจให้เช่าพื้นที่ทำงาน เป็นผลต่อเนื่องจากการเกิด COVID-19 ทำให้หลายบริษัทได้ลองทำงานที่บ้าน (work from home) จึงเห็นว่าการเช่าที่ระยะยาวอาจไม่จำเป็น สามารถปรับสู่ประชุมเป็นสัปดาห์ละครั้งก็ยังเพียงพอ เลยทำให้ผู้ประกอบการเริ่มหันมาสนใจ Co-Working Space มากขึ้น เพราะรองรับทั้งการทำงานเดี่ยวและเป็นกลุ่ม มีระยะการเช่าที่ยืดหยุ่น ทั้งเช่ารายเดือน หรือจ่ายเหมาตลอดปี มีส่วนกลางช่วยดูแลอำนวยความสะดวกภายในสำนักงาน รวมถึง Co-Working Space จะมีการจัดกิจกรรม อบรมต่างๆ จึงดึงดูดผู้ใช้บริการ และเกิดโอกาสสร้างคอนเนคชั่นทางธุรกิจ

จากความนิยมดังกล่าวเลยทำให้ภาพรวมตลาด Co-Working Space ในปัจจุบันมีมูลค่าสูงถึง 8,240 ล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตไปถึง 11,500 ล้านบาท ในปี 2566 ยกตัวอย่างธุรกิจที่โด่งดังคือ “WeWork” ของอเมริกา มีจุดกำเนิดที่ย่านโซโห นิวยอร์กในปี 2553 จากแนวคิดที่ต้องการสร้างพื้นที่ทำงานที่คนสามารถมุ่งทำงานได้เต็มที่ในบรรยากาศเป็นมิตร และมีการขยายสาขามากถึง 778 สาขาทั่วโลกแล้วในปัจจุบัน ส่วนไทยมี Co-Working Space รายแรกคือ HUBBA ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและปรับตัวให้เข้ากับ New Normal เช่น ออกแพคเกจ Fractional Office ที่คิดราคาบริษัทตามวันที่เข้าออฟฟิศ ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ยืดหยุ่นกว่าการจ่ายเหมารายเดือน และมีพันธมิตรคือ Google For Startups ที่ช่วยดึงดูดผู้เช่าได้เป็นอย่างดี

2.Co-Kitchen Space หรือธุรกิจห้องครัวให้เช่า ถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ได้มีแนวโน้มการเติบโตที่ดีในช่วงปีที่่ผ่านมาโดยเฉพาะธุรกิจการทำ “อาหารและขนม” แม้ว่าการหาวัตถุดิบจะสะดวกสบายและการคิดต้นทุนต่อปริมาณจะง่าย และความเสี่ยงต่ำ แต่หลายคนมีปัญหาพื้นที่ครัวไม่เพียงพอ หรือไม่มีต้นทุนที่จะเปิดหน้าร้านเป็นของตัวเอง “Co-Kitchen Space” หรือธุรกิจห้องครัวให้ จึงเข้ามาตอบโจทย์การใช้งาน

ที่ผ่านมาในต่างประเทศผู้ให้บริการ Co-Kitchen Space ถือว่าประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจ ยกตัวอย่างเช่น Panda Selected ของประเทศจีน หลังจากได้เริ่มเปิดตัวธุรกิจในปี 2558 และเปิดโอกาสให้ร้านค้าต่างๆ เข้ามาใช้ครัวเดียวกันในการทำอาหาร เพื่อส่งจำหน่ายในรูปแบบเดลิเวอรี่ โดยในมณฑลเซี่ยงไฮ้มีมากกว่า 40 ครัว และมีกว่า 800 ร้านค้าที่อยู่ในเครือ

ความสำเร็จที่ได้รับดังกล่าว ทำให้ Panda Selected ขยายการให้บริการไปอีกกว่า 100 ครัวในมณฑลใหญ่ๆ สำหรับ Co-Kitchen Space ในประเทศไทย มีโมเดลธุรกิจคล้ายๆ กัน เช่น GrabKitchen ได้เริ่มเห็นแล้วในหัวเมืองใหญ่ ทั้งนี้ Co-Kitchen Space ในประเทศไทย มีแนวโน้มขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากพฤติกรรมคนยุคใหม่หันมาสั่งอาหารเดลิเวอรี่เพิ่มขึ้น

3.Co-Living Space เป็นธุรกิจให้เช่าห้องพักอาศัยส่วนตัว เกิดขึ้นมาเพื่อสร้างชุมชนให้คนได้คลายเหงา และกลับมามีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น โดย Co-Living Space เป็นธุรกิจให้เช่าห้องพักอาศัยส่วนตัว หมายถึงห้องนอน และอาจรวมห้องน้ำด้วย ส่วนที่เหลือจะใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกัน เช่น ห้องครัว ห้องนั่งเล่น และมีผู้ดูแลคอยจัดกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์อยู่เสมอ

ปัจจุบัน Co-Living Space เป็นเทรนด์ธุรกิจรูปแบบใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เช่น “The Hmlet” ในสิงคโปร์มีรูปแบบการทำธุรกิจให้ผู้อยู่อาศัยมีชีวิตชีวา ต่างจากการเช่าคอนโดหรืออพาร์ตเมนต์ทั่วไป เนื่องจากอยู่ใกล้กับบริการขนส่งสาธารณะ โดย The Hmlet จะให้ผู้เช่าทำแบบทดสอบบุคลิกภาพ และความสนใจเบื้องต้น ฯลฯ เพื่อคัดเลือกคนที่เข้ามาอยู่ให้มีเคมีที่เข้ากันมากสุด หลังจากเข้าอยู่อาศัยก็จะมีการจัดกิจกรรมสนุกๆ ให้ผู้เช่าได้ทำร่วมกัน รวมถึงให้บริการสัญญาระยะสั้น ขั้นต่ำที่ 3 เดือน จึงตรงใจคนรุ่นใหม่และสร้างธุรกิจเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด โดยปัจจุบันเริ่มมีการขยายธุรกิจไปยังประเทศอื่นๆ เช่น ออสเตรเลีย จีน และญี่ปุ่น เป็นต้น

ถือเป็นธุรกิจที่กำลังมาแรงในตลาดโลก และประเทศไทยจริงๆ เพราะสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ที่ชอบความสะดวก รวดเร็ว สามารถทำงานได้ในทุกที่โดยไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิส ว่าแต่เพื่อนๆ สนใจ CO-Space แบบไหนกันบ้าง ใครที่ยังไม่เคยลองใช้ CO-Space มีโอกาสก็ลองเข้าไปใช้กันดู แล้วจะติดใจ

ขอบคุณข้อมูลจาก : สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

RECENT Recommend