Saturday, October 16, 2021
Advertising call 02-033-8900 ext. 8819spot_img

แนะ 5 วิธีปฏิบัติ เมื่อถูกโลก “ไซเบอร์บูลลี่” ถล่มเสียศูนย์

ถือเป็นเรื่องใกล้ตัวของทุกคนและเพื่อนๆ เลยก็ว่าได้ เพราะหลายคนอาจจะเคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้ คือ การถูกโลกไซเบอร์บูลลี่ เนื่องจากทุกวันนี้ทุกคนใช้เวลาของชีวิตส่วนหนึ่งไปอยู่ในโลกของอินเทอร์เน็ต ทำให้การสื่อสารโต้ตอบกันทำได้สะดวกรวดเร็ว จนในบางครั้งอาจทำให้เกิดปัญหาด้านการสื่อสาร และการแสดงความคิดเห็น จนทำให้เกิดการบลูลี่ในโลกไซเบอร์ บางคนบานปลายกลายเป็นเรื่องใหญ่อย่างที่คาดไม่ถึง

หากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นกับตัวเราจริงๆ เราจะทำอย่างไร วันนี้ “สามย่านมิตรทาวน์” มีคำแนะนำดีๆ จากกรมสุขภาพจิตมาให้เพื่อนๆ ได้ลองศึกษาจะได้รับมือกับการถูก ไซเบอร์บูลลี่ ว่าควรจัดการอย่างไรให้ดีที่สุด

“ไซเบอร์บูลลี่” (Cyberbullying) หรือ การระรานทางไซเบอร์ กรมสุขภาพจิต ระบุว่าหมายถึง การกลั่นแกล้ง การให้ร้าย การต่อว่า หรือการรังแกผู้อื่นทางสื่อสังคมต่างๆ เช่น เฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ โดยสาเหตุอาจเกิดขึ้นได้ ทั้งจากการแกล้งกันเล็กๆ น้อยๆ ล้อเล่นกันขำๆ แล้วบานปลายไปด้วยความไม่ตั้งใจ หรืออาจเกิดจากความขัดแย้ง ความเกลียดชัง ทั้งที่มีเหตุผลและไม่มีเหตุผล อาจแค่ไม่ชอบหน้า หรือความคิดเห็นบางอย่างไม่ตรงกัน แล้วใช้พื้นที่ในโลกออนไลน์โจมตีกัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของผู้ที่โดนระราน อาจทำให้เกิดความหงุดหงิดรำคาญใจ กินไม่ได้ นอนไม่หลับ

ต่อมา อาจจะเกิดปัญหาสุขภาพจิตตามมา เช่น โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล หรือมีความคิดอยากตาย เป็นต้น อีกทั้งในบางรายอาจเปลี่ยนตัวเองกลายเป็นแกล้งคนอื่นต่อไป คล้ายกับที่ตัวเองเคยโดนแกล้ง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความรุนแรง และความสามารถในการรับมือของผู้ถูกกลั่นแกล้งด้วย หากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เราควรจะทำอย่างไร “กรมสุขภาพจิต” มีข้อแนะนำ 5 วิธีปฏิบัติ ดังนี้

  1. อย่าตอบสนองข้อความกลั่นแกล้ง ไม่ว่าข้อความนั้นจะรุนแรงต่อเราขนาดไหน ก็อย่าเขียนตอบโต้ เพราะจะทำให้สถานการณ์แย่ลง และนั่นเป็นสิ่งที่ผู้ระรานต้องการให้เกิดขึ้น
  2. ไม่เอาคืน การแก้แค้นหรือตอบโต้ด้วยวิธีเดียวกันจะทำให้ไม่ต่างจากคนที่กลั่นแกล้งเรา อาจทำให้เรากระทำความผิดและเป็นจำเลยสังคมแทน
  3. เก็บหลักฐาน บันทึกภาพและข้อความที่ทำร้ายคุณ เพื่อรายงานต่อผู้ปกครองหรือผู้บังคับใช้กฎหมาย
  4. รายงานความรุนแรง ส่งข้อมูลรายงาน (report) ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับทางโซเชียลมีเดีย
  5. ตัดช่องทางการติดต่อ โดยลบ แบน บล็อก ทุกช่องทางการเชื่อมต่อกับคนที่มาระราน ระมัดระวังการติดต่อกับคนกลุ่มนี้ในอนาคต

นอกจากนี้ เรื่อง “ไซเบอร์บูลลี่” ยังเริ่มส่งปัญหาถึงน้องๆ ในวัยเรียน นั่นก็คือ การถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียน ซึ่งมีข้อมูลว่า นักเรียนไทยโดนกลั่นแกล้งในโรงเรียนสูงถึง 600,000 คน หรือคิดเป็นอัตราส่วน 40% มากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของโลก

จากข้อมูลปี 2561 กรมสุขภาพจิต ระบุว่า ผลกระทบที่เกิดจาก “ไซเบอร์บูลลี่” ในวัยเด็ก อาจทำให้ผู้ที่กลั่นแกล้งผู้อื่นเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เสพติดแอลกอฮอล์หรือสารเสพติดอื่น , มีพฤติกรรมลักขโมยและเรียนไม่จบ มีพฤติกรรมทางเพศก่อนวัยอันควร, อาจจะเป็นอาชญากรในอนาคต , มีพฤติกรรมใช้ความรุนแรงกับคู่สมรส ลูก หรือคนใกล้ตัว

ส่วนผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้ที่ถูกกลั่นแกล้ง คือ จะมีภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวล, มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงด้านการนอนหลับ การรับประทานอาหาร , ส่งผลต่อความรู้สึกโดดเดี่ยว , สูญเสียความสนใจในกิจกรรมที่พวกเขาเคยสนุก , ภาวะซึมเค้าอาจส่งผลไปถึงวัยผู้ใหญ่ได้ , มีปัญหาด้านสุขภาพ ประสิทธิภาพทางการเรียนลดลง และ มีแนวโน้มออกจากโรงเรียนกลางคันมากขึ้น

เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าววิธีรับมือดีที่ที่สุด คือ ตั้งสติให้รู้ตัวว่ากำลังเจอกับการรังแก , อย่าให้ผู้อื่นรู้สึกสนุกจากการตอบสนองของเรา , อยู่ในที่ปลอดภัย มีเพื่อนที่เข้าใจอยู่ข้างๆ , หากการกลั่นแกล้งยังรุนแรงให้พูดคุยกับผู้ใหญ่ทีเข้าใจและรู้วิธีจัดการ , เดิมจากไปอย่างสงบและไม่ใส่ใจ , มั่นใจในส่งที่ตัวเองเป็นและคุณค่าของเรา และ ไม่เลือกใช้กำลัง เพราะนั่นอาจจะเป็นสิ่งที่ผู้กลั่นแกล้งต้องการ

แม้ว่าหลายครั้งเราอาจแก้ปัญหาเองไม่ได้ แต่เราก็สามารถหาตัวช่วยมาร่วมแก้ปัญหาให้ผ่านพ้นไปด้วยดีได้ เพราะทุกปัญหาย่อมมีทางออก!!! และจำไว้อย่างเดียวว่า ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรก็ตาม สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ “การตั้งสติ” และหาทางออกในการแก้ปัญหาไปด้วยกัน

ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมสุขภาพจิต

- Advertisment -

คิงคองสวีต จัดโปร Halo Halloween!

Kingkong Sweets จัดโปรโมชั่น Halo...

สัมมนา “เช็คดวง 12 ปี นักษัตรความลับของจักรวาล”

Samyan CO-OP ชวนสายมูมาสัมมนา “เช็คดวง...
spot_img

ชวนมิตรรู้ทัน โควิค-19