Friday, September 17, 2021
Advertising call 02-033-8900 ext. 8819spot_img

ใครอยากมีสุขภาพดี๊ดี ปฏิบัติง่ายๆ ด้วยหลักการ 4 อ.

การทำให้ร่างกายมีสุขภาพดีและแข็งแรง เคล็ดลับไม่ได้ยุ่งยาก หรือซับซ้อนอะไร แค่ปฏิบัติตัวง่าย ๆ ตามหลักการ 4 อ.ที่ถูกสั่งสอนกันมาอย่างยาวนาน เราก็มีสุขภาพดีและแข็งแรงได้ ด้วยการเริ่มต้นจาก

อ.แรก คือ อาหาร ที่ต้องบริโภคอาหารที่ดี มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่ บริโภคแต่พอดี กับความจำเป็นที่ร่างการต้องการ รวมถึงการดื่มน้ำที่สะอาด

อ.ที่ 2 คือ ออกกำลังกาย อย่างสม่ำเสมอ พอเหมาะกับสภาพร่างกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ

อ.ที่ 3 คือ อากาศ หรืออนามัยสิ่งแวดล้อม ซึ่งเราต้องอยู่ในสภาพอากาศที่ดี บริสุทธิ์ สะอาด อยู่ในสภาพแวดล้อมรอบตัวที่ดี ถูกสุขอนามัย

อ.ที่ 4 คือ อารมณ์ ต้องแจ่มใส ร่าเริง ไม่เครียด หรือกังวลใจจนเกินไป

นอกจากการปฏิบัติตามหลักการ 4 อ. ที่เป็นเรื่องง่าย ๆ แล้ว  วันนี้ “สามย่านมิตรทาวน์ “ ยังมีเคล็ดลับที่เชื่อกันว่าช่วยดูแลร่างกายให้แข็งแรง และห่างไกลโรค ด้วยการปฏิบัติตัวให้ถูกต้องตามหลักการ “นาฬิกาชีวิต” หรือตามช่วงเวลาในแต่ละวัน เพราะอวัยวะภายในร่างกายจะทำงานในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน

มาดูกันว่าแต่ละช่วงเวลาที่ผ่านไปในทุกนาที เราควรปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง

เวลา 05.00-07.00 น. ควรเป็นช่วงเวลาของการขับถ่าย เพราะเป็นช่วงเวลาที่ลำไส้ใหญ่ทำงาน วิธีการช่วยให้ร่างกายขับถ่ายได้ง่าย คือ การดื่มน้ำ 1 แก้ว ผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำมะนาว 4-5 ลูก

เวลา 07.00-09.00 น. ควรกินอาหารเช้า เพราะเป็นเวลาการทำงานของกระเพาะอาหาร ข้อเสียของการไม่ทานอาหารเช้า คือ ทำให้กระเพาะอาหารอ่อนแอ ทำให้เป็นคนตัดสินใจช้า ขี้กังวล ปวดเข่า หน้าแก่เร็วกว่าวัยอีกด้วย

เวลา 11.00-13.00 น. พยายายามอย่าเครียด วิตกกังวล หรือใช้ความคิดหนัก ๆ ในช่วงเวลานี้ เพราะเป็นช่วงเวลาของหัวใจที่ทำงานหนักสุด ความเครียดจะส่งผลเสียต่อหัวใจได้ง่าย

เวลา 13.00-15.00 น. ควรงดกินอาหารทุกชนิด เพื่อให้ลำไส้เล็กได้ทำงาน หลังจากการทานอาหารกลางวันมาแล้ว ซึ่งลำไส้เล็กจะดูดซึมสารอาหารที่เป็นน้ำทุกชนิด เพื่อไปดูแลร่างกาย

เวลา 15.00-17.00 น. ช่วงเวลาดีของการออกกำลังกาย หรือทำให้เหงื่อออก เพราะเป็นเวลาของกระเพาะปัสสาวะทำงาน แต่ระวังถ้าเหงื่อนมีโซเดียมปนออกมามากอาจทำให้ไตวายได้ แต่ถ้ามีโปตัสเซียมออกมามาก หัวใจจะวายได้ ซึ่งควรดื่มน้ำส้มหรือมะนาวเพื่อเติมโปตัสเซียม

เวลา 17.00-19.00 น. ช่วงเวลาของการทำใจให้สดชื่น ไม่ง่วงนอน หรือนอนในเวลานี้ อาจจะส่งผลเสียต่อไต เพราะเป็นช่วงเวลาการทำงานของไต

เวลา 19.00-21.00 น. เป็นช่วงเวลาสำหรับการสวดมนต์ ทำสมาธิ เพราะเป็นเวลาการทำงานของเยื่อหุ้มหัวใจ ซึ่งถ้ามีปัญหาจะส่งผลให้ หัวใจโต หัวใจรั่ว เส้นเลือดหัวใจตีบ

เวลา 21.00-23.00 น. ช่วงเวลาที่ควรทำให้ร่างกายอบอุ่น ไม่ควรอาบน้ำเย็น เพราะอาจจะส่งผลให้เจ็บป่วยได้ง่าย ไม่ควรตากลม เพราะอาจจะเป็นลมพิษได้เช่นกัน

เวลา 23.00-01.00 น. เวลาที่ถุงน้ำดีทำงาน ซึ่งถุงน้ำดีจะเก็บน้ำย่อยที่ออกมาจากตับ ควรดื่มน้ำก่อนเข้านอน หรือก่อนเวลา 23.00 น. เพื่อให้ร่างกายไม่ขาดน้ำ เพราะหากร่างกายขาดน้ำ จะไปดึงเอาน้ำจากถุงน้ำดี ซึ่งส่งผลให้ถุงน้ำดีข้น เป็นผลเสียทำให้อารมณ์ฉุนเฉียว สายตาเสื่อม ปวดฟัน นอนไม่หลับ ตื่นตอนกลางคืน หรือตอนเช้าจะจาม และยังอาจเกิดอาการ ปวดหัวข้างเดียวหรือสองข้างโดยไม่ทราบสาเหตุได้ด้วย 

เคล็ดลับดี ๆ แบบนี้ หากนำไปปฏิบัติตามได้ เชื่อว่าจะทำให้ร่างกายแข็งแรง จิตใจแจ่มใสห่างไกลโรค เป็นการดูแลร่างกายที่ไม่เสียเงิน หรือเสียเวลาอะไรมากมาย ทำได้ทุกเพศทุกวัยด้วย เพื่อที่ทุกคนจะได้ใช้ชีวิตในแต่ละนาทีอย่างมีความสุขตลอดไป

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก : หนังสือนาฬิกาชีวิต เล่ม 1 รวบรวมโดยอ.นวลฉวี ทรรพนันทน์

- Advertisment -

ไก่ทอดกูกู 10 ชิ้น ลดเหลือ 169 บาท

GUGU Chicken จัดโปรโมชั่น Sep...
spot_img

ชวนมิตรรู้ทัน โควิค-19